Find the best flights deal
 
  16 พฤศจิกายน 2561 13:52 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 129 ออกแล้ว!..ISSUE 0129 (๋Sep-Oct18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

News & Analysis : บัวแก้วรับนิคารากัวให้พาสสปอร์ตทักษิณจริง

โดย คมชัดลึก

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 เม.ย. นายธฤต จรุงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวกรณีที่รัฐบาลนิคารากัวยอมรับมอบหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ล่าสุดการตรวจสอบเมื่อเช้าวันนี้จากสถานทูตไทยในเม็กซิโกระบุว่า สำนักงานประธานาธิบดีนิคารากัวมอบหนังสือเดินทางให้อดีตนายกฯเป็นทูตในกิจกรรมพิเศษในการดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนที่นิคารากัว โดยมอบให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

 นายธฤต กล่าวว่า หนังสือเดินทางฉบับนี้อดีตนายกนใช้เดินทางไปประเทศต่างๆได้แต่ขึ้นอยู่ว่าประเทศเหล่านั้นจะอนุญาตให้อดีตนายกฯเข้าประเทศหรือไม่ แต่ทูตไทยในเม็กซิโกแจ้งกับทูตนิคารากัวว่าในทางปฏิบัติไม่อยากให้นิคารากัวเป็นฐานที่อดีตนายกฯใช้โจมตีประเทศไทย แม้ไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับนิคารากัวแต่ทูตไทยได้ประสานไปแล้วว่าเรื่องนี้ได้ประสานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ ส่วนผลจะออกมาเป็นเช่นใดนั้นต้องรอต่อไป

 “นิคารากัวอยู่ห่างไทยค่อนโลกอาจไม่ทราบข่าวสารของอดีตนายกฯมีปัญหาอะไรบ้าง และตอนนี้ไม่มีข้อมูลว่าอดีตนายกฯลงทุนที่นิคารากัวหรือไม่ อย่าลืมว่าสื่อในนิคารากัวก็มีคำถามกันว่าสมควรหรือไม่ที่รัฐบาลจะอนุมัติหนังสือเดินทางให้อดีตนายกฯที่มีคดีความติดตัว ส่วนกรณีที่อดีตนายกฯใช้นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นที่ตั้ง โดยไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่รัฐบาลขอความร่วมมือไปแล้วโดยอาศัยถ้อยทีถ้อยปฏิบัติของสองประเทศเช่นกัน"นายธฤต

 เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าอดีตนายกฯมีหนังสือเดินทางกี่ประเทศ นายธฤตกล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีกี่เล่ม เพราะในทางปฏิบัติ มันอยู่ที่ว่าประเทศนั้นๆจะอนุมัติว่าจะออกหนังสือเดินทางให้บุคคลนั้นๆตามที่ร้องขอไปหรือไม่ และไทยไม่สามารถไปก่าวก้ายได้นอกจากขอความร่วมมือแบบถ้อยทีถ้อยปฏิบัติระหว่างสองประเทศเท่านั้น

อภิสิทธิ์แจงสื่อต่างชาติ 3สำนักถึงสถานการณ์การเมืองไทย

นายธฤต กล่าวด้วยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ 3 สำนัก คือ บีบีซี ซีเอ็นเอ็น และอัลจาซีร่า โดยสื่อสามสำนักได้สอบถามถึงการยกเลิกพ.ร.ก .บริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน โดยนายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ขอเวลาอีกนิด อยากให้สถานการณ์นิ่งจริงเสียก่อน อยากให้มีการบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนกว่านี้แล้วจะยกเลิกพ.ร.ก.ให้เร็วที่สุด

 จากนั้นได้มีการสอบถามว่าเหตุใดรัฐบาลไม่สกัดกลุ่มผู้ชุมนุมในการประชุมอาเซียน นายกฯระบุว่า ต้องมองในภาพใหญ่แม้จะมีการประชุมและต้องรักษาฐานที่มั่นให้ได้ แต่หากมองในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นเป้าหมายจริงๆ ของรัฐบาลคืออยากให้ผู้นำที่มาร่วมประชุมเดินทางกลับด้วยความเรียบร้อย สำหรับการสลายการชุมนุม นายกฯย้ำว่าไม่ได้เป็นการปราบปรามผู้ชุมนุม ไม่เคยเห็นว่าผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายตรงข้าม รัฐบาลเพียงต้องการให้เกิดความสงบไม่ให้เกิดความวุ่นวาย การชุมนุม 3 เดือนที่ผ่านมาไม่มีการละเมิดกฎหมายรัฐบาลก็ไม่เคยเข้าไปทำอะไร แต่เมื่อเกิดความไม่สงบเกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการพร้อมกับการกำชับว่าไม่ให้ใช้กำลังต่อผู้ชุมนุม ส่วนที่มีผู้เสียชีวิต 2 รายนั้น ก็เป็นการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับประชาชน

 นายธฤต กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สื่อต่างประเทศยังได้ถามว่าการปองร้ายนายกฯได้สร้างความเหนื่อยใจ สร้างความท้อแท้ใจบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ต้องเก็บความรู้สึกไว้เพราะมีหลายเรื่องที่จะต้องทำต่อประเทศชาตินี้ เมื่อถามถึงสาเหตุการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ นายกฯระบุว่า ยังไม่ด่วนสรุป แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนโดยเร็ว ส่วนข้อกล่าวหาการดำเนินคดี 2 มาตรฐาน ระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯและนปช . นายอภิสทธิ์ให้คำตอบว่า ได้ให้ นปช.ประกันตัวไปบ้างแล้ว ส่วนการดำเนินคดีพันธมิตรฯมีการเริ่มต้นตั้งแต่ 2 รัฐบาลที่ผ่านมา และเมื่อตนมารับหน้าที่ก็มีการดำเนินการให้คดีคืบหน้าโดยเร็ว

 เมื่อถามถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน การเลือกตั้งใหม่จะดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า การเข้ามาเป็นนายกฯนั้นต้องการทำ 4 ประเด็น คือทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย จัดการประชุมอาเซียน แก้ไขรัฐธรรมนูญ และทำให้เกิดความสมานฉันท์ ที่ผานมาการเลือกตั้งทุกฝ่ายเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา แต่ยังไม่เคยคุยกันฝ่ายค้านก็ไม่มาร่วมหารือ การเลือกตั้งใหม่ในขณะที่ยังมีกติกาไม่ลงตัว และยังไม่มีการนำผลหารือเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมา ดังนั้นจะไม่ดีกว่าหรือที่จะมานั่งคุยกันก่อน

 ส่วนการขู่นายกฯหากมีการลงพื้นที่ในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น นายกฯ บอกว่า ดังนั้นแนวทางประชาธิปไตย หากมีการสกัดกั้นการหาเสียงจะเป็นประชาธิปไตยได้จริงหรือ

ผบ.ตร.เรียกประชุมนายตำรวจระดับสูงกำชับการทำงานยันไม่มีสองมาตรฐาน

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.00น.  พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เรียกประชุมข้าราชการตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบ รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช.ทุกนาย เข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ทั่วไป พร้อมกำชับการปฎิบัติหน้าที่ โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 3ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น

 พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่ดูแลข้าราชการตำรวจทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ทั่วไปพร้อมกับคำวิจารณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มีหน้าที่ดูแลการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เป็นต้นมา โดยสิ่งที่สำนักงานตำรวจจะต้องทำต่อไปคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และอีกประเด็นหนึ่งที่ได้กำชับไปยังตำรวจทุกนายคือการวางตัวเป็นกลาง ต้องรับใช้ประชาชนทุกฝ่าย ทุกสี ไม่เอนเอียงไปเข้าข้างฝ่ายใด กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ที่ผ่านมาอาจจะประสบกับอุปสรรคปัญหาเช่นกรณีวันที่ 7 ตุลา ทำให้ขวัญกำลังใจของตำรวจสูญเสียไปมาก ก็อย่างให้ทุกฝ่ายเห็นใจข้าราชการตำรวจที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา

 “ที่ผ่านมาผมเองได้พยายามเสนอกฎหมายการชุมนุมสาธารณะไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งที่การทำงานของตำรวจในเรื่องนี้มีปัญหาขัดข้องหลายประการ ทำให้ตำรวจไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ จึงเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมือง อย่างไรก็ตามผมก็จะพยายามเสนอกฎหมายดังกล่าวต่อไป เพราเห็นว่ามีความจำเป็น และไม่ได้มีเจตนาไปกดดันรัฐบาล”

 ส่วนกรณีที่ถูกสังคมมองว่าตำรวจใช้ 2 มาตราฐานในการดำเนินการออกหมายจับแกนนำ นปช. พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า การชุมนุมของ นปช.เกิดขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกหมายจับแกนนำ แต่การชุมนุมของกลุ่ม พธม.จบไปแล้ว เมื่อปรากฎความผิดก็ต้องออกหมายเรียกและก็ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

 ด้าน พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ภารกิจของตำรวจหลังจากนี้คือการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของผู้กระทำความผิดในพื้นที่ชลบุรีแลกรุงเทพทุกกรณี ซึ่ง ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.กำกับดูแล นอกจากนี้เรื่องงานการข่าวที่เป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานของตำรวจก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากรัฐบาลประกาศยกเลิกใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว การชุมนุมของกลุ่มต่างๆก็จะเกิดขึ้น

ดังนั้นการรวมตัวของประชาชนที่มีเจตนาขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงมีความสำคัญ ส่วนกรณีของวิทยุชุมชนที่มีการชักชวนยุยงก่อให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองนั้น ผบ.ตร.ได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่เข้าไปดำเนินการสืบสวนจับกุมตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกับ กทช.เข้าไปจับกุม ตรวจยึดและอายัตเครื่องส่งของสถานนีวิทยุที่ดำเนินการผิดกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีสถานีวิทยุที่ตำรวจต้องเข้าไปดำเนินการเช่นเดียวกันอีกหลายแห่ง

 

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search