Find the best flights deal
 
  24 กันยายน 2561 03:59 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

News & Analysis : BBC ชี้ทักษิณเป็นต้นเหตุความวุ่นวาย

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีมองเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่าน มาว่า เกิดจากการแบ่งขั้วในสังคมทั้งที่ครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยได้รับการยกย่องว่า เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของความมั่นคงและความกลมเกลียวในสังคม แต่การแบ่งขั้วที่เกิดขึ้นในไทยไม่ใช่ระหว่างคนเมืองกับคนชนบท หรือคนร่ำรวยกับคนยากจนอย่างที่พบเห็นทั่วไป หากแต่เป็นเสื้อเหลือและเสื้อแดงซึ่งมีปัจจัยเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เกิดความแตกแยกนั้นคือ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

นักข่าวของบีบีซีมองว่า ไม่ใช่คนเสื้อแดงทุกคนจะรักเทิดทูนที่ตัวทักษิณ แต่เสื้อแดงส่วน ใหญ่คิดว่าเขาต้องออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรมจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และถูกดำเนินคดีจากหลายข้อหา ทั้งยังเชื่อในนโยบายประชานิยมในสมัยที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพราะ นโยบายเหล่านี้ช่วยให้คนยากไร้ในชนบทมีชีวิตที่ดีขึ้น หากแต่เพราะเป็นครั้งแรกที่คนยากไร้รู้สึกว่าเสียงโหวตของพวกเขาก่อให้เกิด สิ่งที่จับต้องได้ คนเสื้อแดงรู้สึกว่าทักษิณทำให้เสียงของพวกเขามีพลังในสังคม ทั้งที่ก่อนหน้าพวกเขาเป็นชนชั้นที่ถูกมองข้าม

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่สามารถดึงเสียงสนับสนุนจากคนในชนบทได้ โดยเฉพาะคนภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งเป็นแหล่งที่มาสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีใครที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

ดังนั้น วิธีการที่นายกฯอภิสิทธิ์จะจัดการกับบรรดาแกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับแกนนำเสื้อเหลืองที่ก่อความไม่สงบเมื่อปีที่ แล้ว จะเป็นบททดสอบสำคัญที่จะพิสูจน์คำมั่นของเขาที่พูดเสมอว่าจะใช้หลักนิติธรรม กับทุกฝ่ายด้วยความเสมอภาค

"สาทิตย์"แจงคง พรก.ฉุกเฉินเพราะสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลยังจำเป็นต้องคง พรก.ฉุกเฉินต่อไป แม้ว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะยุติและสลายตัวไปแล้ว สาเหตุที่ยังคง พรก.ฉุกเฉิน ไว้ก็เพื่อภารกิจ 2 ส่วนคือ การดำเนินการตามกฎหมายกับแกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกออกหมายแล้ว และที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาออกหมายจับเพิ่มเติม และอีกส่วนหนึ่งคือการควบคุมสถานการณ์ที่แม้กลุ่มคนเสื้อแดงจะสลายการชุมนุมไปแล้ว แต่ยังมีคนเสื้อแดงบางส่วนพยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมาอีก เช่นการแจกใบปลิวปลุกระดม ตามจุดต่าง ๆ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  หากภารกิจทั้ง 2 ส่วนนี้ลุล่วงแล้ว รัฐบาลจะพิจารณายกเลิก พรก.ฉุกเฉินได้ทันที

รถเมล์ให้บริการปกติแล้วประเมินถูกเผาสูญ30ล้าน

นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.ให้สัมภาษณ์ในรายการเก็บตกจากเนชั่น เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า รถประจำทางของขสมก.และรถร่วมบริการถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงยึด ทั้งหมด 52 คัน ถูกเผาไป 30 คัน และส่วนที่ไม่ถูกเผาก็เสียหาย อาทิ กระจกแตก ยางแบน ต้องซ่อมแซมก่อนออกวิ่ง รวมมูลค่าความเสียหายเฉพาะรถเมล์ของขสมก.ประมาณ 30 ล้านบาท ในส่วนของรถร่วมบริการแต่ละเจ้าจะต้องประเมินค่าเสียหายก่อนหารือกันอีก ครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีพนักงานถูกทำร้ายแต่อย่างใด

สำหรับการให้บริการ ในวันนี้ได้เปิดให้บริการปกติทุกเส้นทางแล้ว ยกเว้นถนนที่มีการปิดการจราจรเช่นเส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาล ประชาชนสามารถโทรมาสอบถามได้ที่ 184

ยังปิดการจราจร 3 จุดหลักรอบทำเนียบ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 เมษายน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทางจราจรในเช้าวันนี้ หลังมีการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงไป เมื่อวานที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทุกเส้นทางทั่วกรุงเทพมหานครได้เปิดการจราจรแล้วตามปกติ แต่ที่ยังปิดอยู่ขณะนี้มีอยู่ 3 จุดหลักๆ รอบพระราชวังสวนจิตรลดา คือ ถนนที่ตัดผ่านลานพระบรมรูปทรงม้า ถึงแยกมัฆวาน ถ.พิษณุโลก และตั้งแต่แยกนางเลิ้ง ถึงแยกวังแดง โดยในจุดดังกล่าวเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเก็บกวาดซากปรักหักพังจากการทำลายของ กลุ่มเสื้อแดง และวางกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงบ่าย จะเก็บกวาดขยะได้ทั้งหมด และสามารถเปิดการจราจรได้ แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าวันนี้ มีเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลายสิบคนเร่งทำความสะอาดเพื่อเคลียร์พื้นที่ หลังกลุ่ม นปช.ได้สลายการชุมนุมไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งขณะนี้พื้นผิวการจราจรได้นำสิ่งกีดขวางออกไปหมดแล้ว

 อย่างไรก็ตาม บริเวณถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาลขณะนี้ยังคงมีการปิดการจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้ตรวจค้นผู้ที่จะผ่านเข้า-ออกอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ได้

 ขณะที่บรรยากาศบริเวณรอบสนามหลวง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งในช่วงเช้ายังไม่พบกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงมาจับกลุ่มชุมนุมแต่อย่างใด

หอการค้าไทยเชื่อต่างชาติจะเข้าใจไทย

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตทางการเมือง โดยเชื่อว่าต่างชาติจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่รัฐบาลได้สลายการชุมนุมเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสากล และเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ดังนั้นจากนี้ไปภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาหอการค้าไทยยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลในการชักชวนผู้สนใจมาลง ทุน เพื่อช่วยกันพยุงเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ แม้จะต้องใช้เวลาเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกขณะนี้คงไม่สามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจ ไทยดีขึ้นได้มากนัก นอกจากประคับประคองเท่านั้น

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้ต้องยกเลิกการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน กับประเทศคู่เจรจา ที่จังหวัดชลบุรีนั้น ยอมรับว่า มีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของไทย แต่เชื่อว่าหากชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องประเทศต่างๆจะเข้าใจได้ ขณะเดียวกันภาคเอกชนจะต้องช่วยตัวเองด้วย ไม่ใช่พึ่งพารัฐบาลให้ช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว รวมถึงคนไทยทุกคนมีหน้าที่เยียวยาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเชื่อมั่น กับนักลงทุน ให้มีการจับจ่ายใช้สอย ให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น

บัวแก้วแจงต่างชาติเข้าใจแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลไทย

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า กระทรวงการต่างประเทศมีการถ่ายทอดประกาศ รวมถึงท่าทีของรัฐบาล ทหาร ตำรวจ เป็นภาษาอังกฤษ ส่งไปยังสถานทูตไทยในต่างประเทศ ตลอดจนสำนักข่าวต่างประเทศในประเทศไทยทุกแห่งด้วย เพื่อให้เข้าใจถึงท่าทีและแนวทางปฏิบัติของรัฐบาล ซึ่งทางด้านต่างประเทศก็ตอบรับในเรื่องนี้ สหรัฐฯ ก็ให้ความเข้าใจ รวมถึงท่าทีของสหภาพยุโรป (อียู) ก็ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

ที่มา: คมชัดลึก

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search