1 ตุลาคม 2557 21:15 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 80 ออกแล้ว!..ISSUE 0080 is out now !.. Thai Festival 30-31 August and 13-14 September 2014. Due to unforeseen circumstances this event has been postponed. We will advise you of new dates in the coming months. fete@amthai.co.uk    

Exclusive Interview : กรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

สัมภาษณ์โดย รมิดา วิจิตรพันธ์
ทีมบรรณาธิการ สุวรรณา  ลิ้มสกุลไพโรจน์

เป็นที่ฮือฮากันไปแล้วกับข่าวที่ออกมาว่า รัฐบาลใหม่ของคุณอภิสิทธิ์ มีนโยบายคล้ายกับเป็นการโปรโมชั่น ลด แลก แจกเงิน  โดยการอนุมัติเงินจำนวน 1 แสน 1 หมื่น 5 พันล้านบาท เพื่อมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาที่เกิดขึ้น  หนึ่งในโครงการใช้งบประมาณนี้คือ โครงการ เช็คช่วยชาติ ที่ผู้ทำงานไทยทุกคนที่ได้รายได้ต่ำกว่า 14,999 บาท ต่อเดือน จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นเช็คแลก 2 พันบาทกันถ้วนหน้า ดังนั้นงบประมาณถูกดึงออกมาใช้ตรงนี้ ประมาณว่าจะถึง 1 หมื่น 9 พัน ล้านบาท ต่อปี โดยรวมเลยทีเดียว

 

ในโอกาสที่ทีมงานนสพ. แอมไทยมารับฟังการบรรยายของรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวนิช ที่ London School of Economics (LSE) เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมที่ผ่าน จึงถือโอกาสที่สบเหมาะนี้สอบถามความเป็นมาและเป็นไปกับเจ้าของนโยบายนี้ ว่าสามารถมีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาภาวะซบเซา และช่วยเหลือคนไทยในเศรษฐกิจที่มีปัญหาแบบนี้ได้อย่างไร

 

Amthai

   “อยากทราบว่านโยบายการให้เงิน สองพันบาทกับคนที่ได้รายได้น้อยกว่า หนึ่งหมื่นห้าพัน เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องช่วยคนที่อยู่ในกลุ่มคนทำงาน ในระดับชนชั้นกลางซะส่วนใหญ่ใช่ไหมคะ

 

คุณกรณ์

   “คนที่ตกงานแล้วจะอยู่ในระบบนี้ก็ได้

 

Amthai

   “แล้วถ้าเกิดเป็นกลุ่มชาวนาที่ไม่อยู่ในระบบนี้ละคะ

 

คุณกรณ์

   “ก็อย่างที่ท่านนายกฯ เรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับ  มันมีงบอีกส่วนที่เราใช้ในการประกันราคาพืชผลจริงมันใหญ่กว่า งบสองพันบาท

 

Amthai

   “แต่นโยบายแจกงบสองพันบาทนี้ คนที่ทำงานนอกระบบ อย่างเช่นพวกรถเข็น หาบเร่ แผงลอย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยากจนส่วนใหญ่ในสังคม และไม่มีหลักฐานของรายได้ที่จะเสียภาษี จะสามารถช่วยเขาได้ไหมคะ

 

คุณกรณ์

    แยกเป็นส่วนๆ เมื่อกี้ถามเรื่องชาวนา ก็เอาเรื่องชาวนาก่อนนะครับ ส่วนของสองพันบาทมันเท่ากับประมาณ 1 หมื่นแปดพันล้านบาท   ส่วนของการประกันรายได้พืชผลนี่ประมาณ หนึ่งแสนสองหมื่นล้าน ฉะนั้นมันใหญ่กว่ากันเยอะ แต่คนจะไปโฟกัสที่สองพันบาทนี่เพราะมัน เซ็กซี่ แต่ถ้าไปดูในแง่ของเม็ดเงิน ที่รัฐบาลใช้ในการอุดหนุนพืชผลนี่สูงกว่า เม็ดเงินที่ใช้อุดหนุนโครงการสองพันบาทนี่อีกครับ

 

 Amthai

   “แล้วคิดว่ามันจะได้ผลอย่างไรคะ

 

คุณกรณ์

   “มันได้ผลอยู่แล้วครับ ก็คือมันได้ผลทันที ฮะ อย่างราคาข้าว ข้าวเปลือกนาปี ที่ผ่านมาประกันที่ หมื่นสองพันบาทต่อตัน  ในขณะที่ราคาตลาด ณ เวลานั้นราคาแปดพันถึงเก้าพันบาท

 

Amthai

   “และในระยะยาว รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาอุดหนุนเรื่อยๆคะ

 

คุณกรณ์

   “คำถามว่าเราจะซับพอด ไปเรื่อยๆ นี่เป็นอีกคำถามหนึ่งนะครับ เพราะมันมีแนวความคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างจากตรงนี้ ที่นำมาใช้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่เราอยากที่จะทำคือเรื่องของการประกันรายได้ เราอยากที่จะใช้ระบบประกันไม่ให้เขามีความสูญเสีย ที่อาจจะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติหรือ ภัยทางธรรมชาติต่างๆนานา

เป็นการประกันรายได้ขั้นต่ำเหมือนกับ เรื่องของรายได้ขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงาน ส่วนเขาจะกำไรมากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องของ กลไกลของตลาดในส่วนของราคาที่จะทำเช่นนั้นเป็นเรื่องการของการประกันใช้หลักประกัน ที่โครงการของ World Bank กับธนาคารเกษตร ทำทดลองมา คือประกันเรื่องของภัยแล้ง คือวัดโดยปริมาณ น้ำฝน ซึ่งเราอยากเป็นในแนวนั้นมากกว่า มันเหมือนเรื่องของการรักษาพยาบาลของข้าราชการนี่มันโอเพ่นเอนท์คือราชการป่วยเท่าไร ก็เบิกเท่านั้น

 

Amthai

   "อันนี้โครงการ สามสิบบาทรักษาทุกโรคของรัฐบาลที่แล้ว ยังมีอยู่หรือเปล่าคะ

 

คุณกรณ์

   "สามสิบบาทนี้ ไม่ใช่ แต่มีการรักษาฟรีมานานแล้วครับ คือไม่ต้องจ่ายเลย  แต่ของราชการก็มีระบบของเขา มันเหมือนกับไม่มีข้อจำกัดเลย เบิกเท่าไร ก็ได้ ก็มีอะบิ้ว งบประมาณเพิ่มจากสี่หมื่น เป็นหกหมื่น เป็นแปดหมื่น ทุกปี

   "ประเด็นของผมคือผมกำลังจะบอกว่าแนวคิดของเราน่าจะเป็นการซื้อประกัน คือประกันให้เขามากกว่า ค่าใช้จ่ายของรัฐก็ตายตัว อะบิ้วมันไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ตอนนี้มันเหมือนกับมาตรการหรือนโยบายหลายๆอย่างของรัฐบาลมันโอเพ่นเอนแล้วมันไม่จบ"

 

Amthai

   "เหมือนเป็นการโปรโมชั่นหรือเปล่าคะ คือลด แลกแจกแถมก่อน เดี๋ยวดูหลังการขาย ค่อยว่ากันอีกที

คราวนี้ขอกลับมาที่ กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย"

 

คุณกรณ์

   “ความจริงเรื่องของประกันพืชผลนี่ทำโดยรัฐบาลที่แล้ว แล้วเราก็มาสานต่อ"

 

 

Amthai

   “แล้วอย่างเวนเดอร์ กลุ่มพ่อค้า หาบเร่แผงลอย ที่เขาไม่ได้อยู่ในระบบ ขออนุญาตกลับไปคำถามแรกๆนะคะ ก็มีประชาชนส่วนใหญ่ที่เขายากจนที่เขาไม่ได้อยู่ในระบบที่จ่ายภาษี ไม่สามารถเช็คว่า เขาเงินเดือนเท่าไร อย่างนี้ รัฐบาลสามารถเข้าถึงเขาตรงนั้นอย่างไรคะ กรณีนโยบาย ณ ตรงนี้คือการแก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริง"

 

คุณกรณ์

           กรณีถ้าถามผมนะครับ ปัญหาก็คือตั้งแต่แรก ณ วันนี้ถามว่าเราต้องการทำอะไรคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจในเรื่อง demand constructionในระยะสั้น คือ demand หายไป เราต้องหา demand ให้เขาก่อน เอาโจทย์นี้ก่อน  เราก็มาตั้งคำถามตามตรรกะของเรานั่นคือโจทย์  โซลูชั่นคืออะไร เอาโจทย์นี้ก่อน  นั่นคืออัดฉีดเงินเข้าในระบบทำอย่างไรให้เร็วที่สุด ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้กับทั้งในและนอกระบบ คำถามที่ผมมี กับอิมพีเม้นสเตชั่นคือ ผมให้กับคนนอกระบบอย่างไร นี่คือคำถาม ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกที่จะให้หรือไม่ให้ คำถามคือ ถ้าผมจะให้ จะให้อย่างไร

 

amthai

   "อันนี้เป็นคำถามทางอ้อมคะ"

 

คุณกรณ์

   “ทำอย่างไร   แอ็คแซทรี  นี่คือ มันไม่เพอร์เฟค  แน่นอน ทำไมคนเงินเดือนหมื่นหนึ่งถามว่าจนไหม  จน แต่ถามว่าจนกว่านั้นมีไหม มีถามว่าผมจะเอาเงินไปให้คนๆ นั้นอย่างไร คนพวกนี้ผมส่งให้เขาได้เพราะขึ้นทะเบียนผมมีรายละเอียดว่าเขาเป็นใครเขามีรายได้เท่าไร ผมส่งเช็คตัวนี้ให้เขาอย่างไร แต่พ่อค้าเข็นรถขายหมูปิ้งนี่ผมวัดได้อย่างไรอันดับแรกเขามีรายได้เท่าไร และผมรู้ได้อย่างไรใครเป็นใคร ผมทำไม่ได้ พูดตามตรงมันไม่มีระบบ  เพราะฉะนั้นขั้นต่อไปของรัฐบาลคือ เอาทุกคนเข้ามาในระบบ แล้วอย่าลืมนะ เข้ามาในระบบไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเสียภาษีนะ ประกันสังคมนี่ที่จะได้สิทธิ์"

 

Amthai

   “แล้วอย่างนี้จะรู้ได้อย่างไรคะว่าเขาอยู่ในระบบหรือยัง แล้วเมื่อเขาอยู่ในระบบแล้วจะได้อะไรจากระบบ

 

คุณกรณ์

   "ตอนนี้ คนตื่นตัวแล้ว เพราะเขาเห็นว่าอยู่ในระบบแล้วเขาได้ประโยชน์  ไม่มีทางผมบอกได้เลยไม่มีรัฐบาลไหนที่บอกว่าได้เลยทุกคน

 

Amthai

   “ต้นแบบความคิดริเริ่มโครงการแจกเงินนี้มาจากไหนคะ จากตัวอย่างของประเทศอังกฤษหรือเปล่าคะในเรื่องของการแจกเงิน

 

คุณกรณ์

   "อเมริกามากกว่าครับ  สุดท้ายเราเอามาดัดแปลงให้เข้ากับของเรา เราออกเร็วกว่าเขาอีก ของเขายังไม่ออกเลย อย่างเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 500บาท เบี้ยอาสาสมัคร สาธารณสุข ออกไปปุ๊บ มันกลับเข้ามาสู่ระบบทันที"

 

 

Seminar at LSE by Korn Chatikavanij organised by LSE SU Thai Society


Interestingly, LSE SU Thai Society managed to invite Sir Howard Davies, the Director of the LSE to chair the event.

Following the recent heated political upheaval in Thailand, the Finance Minister to share insights on the current global crisis, concerning economic frontiers. The minister also has given a brief account of his career path from his own personal perspective as an advice to the future leaders of tomorrow.

The PM Abhisit Vejjajiva has expectedly joined the talk with the minister Korn in the Q&A session about Thailand economy and solutions in the global economy.

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search