Find the best flights deal
 
  23 กันยายน 2561 16:31 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

News & Analysis : นายกฯ กับสื่อ

โดย อภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์


นายกฯ กับสื่อ

 

เมื่อท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ไปปาฐกถาที่สมาคมนักข่าวฯ ถึงเรื่องสื่อมวลชนในประเทศไทย

ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่ามาขยายผลต่อเนื่อง ทั้งในแง่ความเป็นไปได้ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 

เรื่องแรกที่ขอขยายความ คือ สื่อในกำกับของรัฐ ซึ่งหมายถึงสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย คราวนี้นายกฯ กล่าวถึงที่นี่โดยใช้คำว่าช่อง 11 แทนที่จะเป็น NBT ตามชื่อเรียกขานในปัจจุบัน   ( ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยนาย

จักรภพ เพ็ญแข เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ )  ....  นายกฯอภิสิทธิ์ บอกว่าต้องการให้สถานีแห่งนี้ เผยแพร่ข่าวสารจากทางภาครัฐมากขึ้น โดยให้องค์กรนี้เป็นทีวีสาธารณะปราศจากการครอบงำจากกลุ่มทุน  โดยเฉพาะกลุ่มทุนการเมือง

 

จะว่าไปแล้วการเผยแพร่ข่าวสารภาครัฐในภาพรวมทั้งสถานีนั้น  สำนักนายกฯ  ในฐานะผู้กำกับ

ทำได้โดยไม่ยากเพราะมีอำนาจเต็มที่ ...  แต่กระบวนการในการเปลี่ยนแปลงองค์กรภายในโดยเฉพาะเรื่องการนำเสนอข่าวของ NBT นั้นเป็นเรื่องยากซึ่งประชาธิปัตย์ และรัฐบาลต้องละเมียดละไมพอสมควร   เพราะเรื่องนี้ต้องไม่ลืมว่าผู้รับสัมปทาน หรือ ควบคุมทิศทางข่าวในสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยตัวจริงในขณะนี้  คือกลุ่มเพื่อนเนวิน   ซึ่งบริหารงานโดยอดีตพนักงานไอทีวีชุดสุดท้ายก่อนปิดสถานี    .... ที่ว่ายากสำหรับการตัดสินใจของรัฐบาลก็เพราะว่าก่อนหน้านี้ประชาธิปัตย์เคยยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบความไม่ถูกต้อง(ฮั้ว)ของการเข้ามาของกลุ่มนี้ แต่ปัจจุบันกลุ่มนี้กลายมาอยู่ในชายคาเดียวกับรัฐบาล .... เรื่องนี้น่าจับตา เพราะการขยับตัวของประชาธิปัตย์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก  ... การพูดของนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นการเสริมแรงต่อเนื่องจากรัฐมนตรีสำนักนายกฯ   ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ออกปากมาแล้วว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงกับ NBT ...

 

 

 

กลุ่มไอทีวี เดิมใน NBT หรือฝ่ายที่กำลังจะกลายเป็นผู้สูญเสีย  ...   รู้ใจดีถึงสถานะปัจจุบัน จึง ปรับแผนใหญ่เพื่อรับมือ ... ล่าสุด มีการทำรายงานพิเศษ  โดยพุ่งเป้าการนำเสนอไปที่ทีวีสาธารณะเจ้าแรก และ เจ้าเดียวในประเทศไทย ( ทีวีไทย ) โดยตั้งคำถามโดยชี้เป้าไปว่า 1 ปีที่ผ่านมา สถานีแห่งนี้ซึ่งใช้เงินภาษีของประเทศกว่า 2,000 ล้านบาท  ได้ทำอะไรเป็นไปตามเจตนารมณ์ ของการก่อตั้งหรือ ไม่ ? ใช้งบประมาณคุ้มค่าเพียงไร ? แล้วทิศทางการนำเสนอเป็นกลางมากน้อยแค่ไหน ? โดยมีการเผยแพร่เสียงสัมภาษณ์อดีตนักข่าวบีบีซี  และ ปล่อยเสียงเน้นช่วงที่ผู้สื่อข่าวพูดถึงกลุ่มพันธมิตร ... โดยพยายามโยงให้เห็นว่าสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย มีความเกี่ยวพันกับคนเสื้อเหลือง   .... พูดง่ายๆ การขยับคราวนี้ต้องการเจาะยางทีวีไทยโดยตรง   พร้อมๆกับฉายภาพการเป็นสื่อที่กล้าตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลเพื่อขอแนวร่วมกระแสจากสังคม  .... ที่สำคัญยังเป็นการตั้งรับกับฝ่ายการเมืองถึงการที่จะปรับเปลี่ยน NBT เป็นทีวีสาธารณะ ... ซึ่งกลุ่มไอทีวีเดิมคงไม่ต้องการเสียที่มั่นทางยุทธศาสตร์เหมือนครั้งที่เสียสถานีโทรทัศน์ไอทีวีไปในยุค คมช.

 

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น .... ถ้ามองในแง่ของคลื่นความถี่โทรทัศน์  .... เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเพราะบ้านเรากฎหมายยังไม่แข็งแรงพอ  ที่จะเข้ามาดำเนินการให้มีความชัดเจน ในด้านการจัดสรรอย่าง ถูกต้องและเป็นธรรม  ... เพราะสื่อในประเทศด้อยพัฒนาที่ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในการแยกแยะเนื้อหาที่ถูกต้องนั้น   ไม่ควรตกอยู่ภายใต้กลุ่มทุนเอกชน และกลุ่มทุนการเมืองเท่านั้น ... ควรจะมีทางออกให้กับประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่เป็นเจ้าของ และเป็นผู้ได้เสียอย่างแท้จริง ... หรืออย่างน้อยน่าจะมีระบบการตรวจสอบที่ดี เพื่อเป็นการกลั่นกรองของเสียออกระบบสื่อสารมวลชน

( เฉกเช่น สหราชอาณาจัรที่มีออฟคอม กำกับ)

 

เรื่องที่สอง นายกฯอภิสิทธิ์ พูดถึงรายการคุยข่าวที่ประเทศไทยมีมากเกินไป และ คงไม่ดีนักสำหรับผู้ชม ...เรื่องนี้ตามทฤษฎีแล้วประเทศไทยผิดไปกว่าที่ควรจะเป็นมาก  เพราะตามหลักการที่ควรจะเป็นในการนำเสนอข่าวสารควรจะแยกข้อเท็จจริง ( Fact ) กับความเห็น (Opinion ) ออกจากกัน  เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ที่จะมีหน้าข่าวซึ่งรับผิดชอบโดยบรรณาธิการ และ กรอบคอลัมน์ที่รับผิดชอบโดยคอลัมนิสต์  ... แต่ประเทศไทยไม่เป็นมักจะผสมกันเป็นเนื้อเดียว  ทำให้คนดูซึ่งส่วนใหญ่แยกไม่ได้  ต้องเป็นต้องตกเป็นเหยื่อของการปลอมปนอคติ ( Bias ) ในเนื้อหาข่าว

 

เรื่องคุยข่าวแม้ว่าจะไม่เป็นไปตามตามทฤษฎีที่อ้างมาข้างต้น   แต่ว่าในทางปฏิบัติ ความเห็นของเจ้าพ่อคุยข่าวตัวจริง ที่เรียกตัวเองว่าเป็นกรรมกรข่าว เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Positioning เกี่ยวกับการคุยข่าวว่า   เป็นเรื่องดีที่ทำให้ข่าวซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นยาขมสำหรับกลุ่มคนชั้นกลาง-ล่างในประเทศไทย กลายเป็นอาหารที่อร่อย กินง่าย ซึ่งถ้าไม่มีรายการแบบนี้ข่าวก็ยังจะจำกัดอยู่ในวงแคบ ... แต่ความเห็นนี้ก็มีผู้แย้งว่าข้อดีที่กล่าวมานี้  ... ถูกลบล้างไปแทบจะไม่เหลือ เพราะ นักคุยข่าวหลายคนมักจะผสมน้ำตาล หรือ แป้งเข้าไปจนเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ...

ขอจบห้วนๆ สั้นๆ กับการตั้งคำถามทิ้งไว้ว่า

 

นายกฯจะดำเนินการกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยอย่างไร?

นายกฯจะลดจำนวนรายการคุยข่าวได้หรือไม่ ?

โปรดติดตามต่อต่อไป

 

 

 

หมายเหตุ

ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ  ปัจจุบันผู้อำนวยการ และ หัวหน้าข่าว มาจากเครือเนชั่น  ส่วนนักข่าวที่ขับเคลื่อนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มกบฏไอทีวีเดิม   ซึ่งถูกผู้บริหารจากกลุ่มชินคอร์ปในขณะนั้นไล่ออก  ปัจจุบันทีวีแห่งนี้ถูกกล่าวหาว่าเสนอข่าวเอนเอียงไปทางกลุ่มคนเสื้อเหลือง

 

NBT หรือ ช่อง 11 นั้นบริหารงานข่าวโดย กลุ่มไอทีวี รุ่นสุดท้าย มีอดีตผู้บริหารข่าวยุคชินคอร์ปเป็นหัวเรือใหญ่    ไอทีวีกลุ่มนี้ได้รับการอุปการะให้เข้ามาที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยโดยนายกฯสมัคร สุนทรเวช   หลังจากต้องออกจากไอทีวีในยุค คมช.  ... ปัจจุบันคนข่าวกลุ่มนี้จึงถูกล่าวหาว่ามีสีแดงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search