Find the best flights deal
 
  23 กันยายน 2561 16:10 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

Knowledge : จดทะเบียนสมรสแล้ว ดีอย่างไร ?

โดย พัชรินทร์ วงศ์เสถียร

amthaiinternal affair

จดทะเบียนสมรสแล้ว ดีอย่างไร ?

กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก เพราะฉะนั้น เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ เรามาคุยเรื่องข้อดีของการแต่งงานกันดีกว่า สำหรับข้อดีทางด้านความรู้สึกนั้น คงเป็นที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว ที่อยากคุยวันนี้ เป็นเรื่องข้อดีของการจดทะเบียนสมรสทางด้านกหมาย       เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การอยู่กินใช้ชีวิตร่วมกันก่อนแต่งงานเพื่อทดสอบดูใจกันนั้น เป็นเรื่องปกติทั่วไปของสังคมตะวันตก หลายคู่เห็นว่าความรักไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการแต่งงานเสมอไป เพราะความรักนั้นอยู่ที่ใจ ไม่ใช่ที่กระดาษเพียงแผ่นเดียว ที่เรียกว่าใบทะเบียนสมรส

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ใบทะเบียนสมรสถือเป็นเรื่องสำคัญทางกหมายเพราะที่อังกฤษ ไม่มีการรับรองสิทธิ์ของคู่ที่อยู่กินกันเฉย ๆ หรือที่เรียกว่า Common law marriages หรือ Common law man and wife แม้จะอยู่กินกันมานานจนถือไม้เท้ายอดทอง ตะบองยอดเพ็ชรก็ตาม อันที่จริงที่คนเข้าใจผิดคิดว่ามีกหมายฉบับนี้ อาจเป็นเพราะ เมื่อก่อนเคยมีใช้กัน แต่ยกเลิกไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 250 ปีก่อน     ละเมื่อปีที่แล้ว ก็มีการยกขึ้นมาถกเถียงทางสภากันอยู่พักใหญ่เหมือนกันว่าควรจะนำกหมายนี้ มาประยุกต์ใช้กันอีกในกรณีของคู่ที่อยู่กันมานานหลายปี แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีการปรับเปลี่ยน

ยู่ด้วยกันเฉยๆ ท้วงสิทธิ์ไม่ได้

เมื่อวันก่อน มีน้องผู้หญิงคนไทยซึ่งมีปัญหาคล้ายคลึงกันนี้ มาปรับทุกข์ให้ฟังว่ากำลังเลิกกับแฟนคนอังกฤษที่อยู่กันมาได้เกือบสองปี แฟนของเธอซื้อบ้านในช่วงที่ทั้งสองคบกันได้สัก 6 เดือน โดยซื้อในนามของเขาซึ่งเขาเป็นคนจ่ายค่ามัดจำและเงินผ่อนธนาคารเองโดยที่เธอไม่ได้ช่วยในส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าเธอช่วยลงทั้งทุนทั้งแรงในการตกแต่งบ้าน และซื้อเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเข้าบ้านหมดเงินไปโขอยู่เหมือนกัน แต่ตอนที่คุยกับแฟนเรื่องแยกทางกันซึ่งเธอต้องเป็นฝ่ายขนของออกจากบ้าน แฟนไม่ได้พูดไม่ได้เสนอเรื่องคืนเงินคืนทองให้ ส่วนเธอเองนั้น ตามสไตล์คนไทยขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูดไม่กล้าขอให้ชัดเจนลงไป เธอเลยมาขอปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี

เรื่องนี้  เพื่อนที่เป็นทนายให้คำปรึกษาฟรี ในฐานะที่เป็นเพื่อนกันว่า เนื่องจากทั้งสองไม่ได้แต่งงานและไม่มีใบสมรสมาการันตีรับรองสิทธิ์ การอยู่กันเฉย ๆ หรือที่เรียกว่า Cohabitation นั้น ฝ่ายที่เป็นผู้อาศัย ถือเป็นฝ่ายเสียเปรียบในกรณีที่เลิกกัน นอกเสียแต่ว่าจะได้ทำข้อตกลงที่เรียกว่า Living Together Agreement กันเอาไว้ โดยในข้อตกลงนี้ จะระบุว่าทรัพย์สินส่วนนั้นส่วนนี้เป็นของใคร หรือว่าเราลงทุนลงแรงคิดเป็นมูลค่าเท่าไร เวลาเลิกกันจะได้แบ่งกันได้ถูก ไม่ต้องเสียเวลาทะเลาะหรือฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล

 

Don’t throw good money after bad

 

แต่ก็อีกนั่นแหละ ในโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าเรารักใครสักคน ใครล่ะจะมานั่งคิดว่าจะต้องจบหรือลงเอยด้วยการแยกทางกัน ส่วนใหญ่รู้สึกกันว่าข้อตกลงแบบนี้ เหมือนกับการยกเอาเงินขึ้นชูเหนือความรัก ฟังดูแล้ว แสนจะไม่โรแมนติก เพราะฉะนั้น ถึงไม่ค่อยมีคนชอบทำกัน สำหรับในกรณีของน้องคนนี้ ทนายบอกว่าทางที่ดีที่สุด ควรจะต้องคุยกับฝ่ายชายดี ๆ เพื่อขอเงินและข้าวของในส่วนที่เป็นสิทธิ์ของเธอคืน ซึ่งถ้าเขาไม่ยอม ทางหนึ่งก็คงต้องฟ้องร้องกัน แต่วิธีนี้ ทนายเธอบอกว่า ไม่แนะนำ เพราะค่าใช้จ่ายในการฟ้องศาล อาจไม่คุ้มกับเงินที่จะได้คืนจากฝ่ายชาย ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการ Throw good money after bad โดยสรุป ถ้าฝ่ายชาย ยอมแต่โดยดี ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าไม่ยอม ก็ให้ทำใจและท่องใส่ใจเหมือนสูตรคูณว่า ชาตินี้จะโง่แค่หนเดียว

นอกจากปัญหาการเลิกราแล้ว อีกปัญหาสำคัญของการใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่มีใบทะเบียนสมรส ก็คือในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตไปก่อนโดยไม่มีพินัยกรรมหรือข้อตกลงใด ๆ ทิ้งเอาไว้ ซึ่งตามกหมายแล้ว เป็นไปได้อย่างสูงว่า ในกรณีที่ไม่มีบุตร ทรัพย์สินที่เป็นของฝ่ายที่เสียชีวิต อาจต้องตกเป็นของญาติพี่น้องของฝ่ายนั้น

กรณีที่ยกมานี้ ครอบคลุมถึงคู่เกย์ด้วย โดยปัจจุบัน กหมายให้การรับรองการจดทะเบียนของคู่สมรสเพศเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างชายกับชาย หรือหญิงกับหญิง เรียกว่า Civil partnerships กฏหมายนี้ ให้การรับรองคล้ายกับคู่สมรสธรรมดาทั่ว ๆ ไป โดยถ้าเลิกกัน ก็จะมีสิทธิ์ตามส่วนในทรัพย์สินที่สร้างมาร่วมกัน หรือถ้าอีกฝ่ายเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม อีกฝ่ายซึ่งถือว่าเป็น next of kin ก็จะสามารถเข้าจัดการมรดกได้

ความรักเป็นสิ่งที่สวยสดงดงาม ถ้ารักษาเอาไว้ให้จีรังยั่งยืนได้ ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าจะให้ดี ก็ควรจะรักอย่างเฉลียวฉลาดด้วย ถ้าพูดถึงความรักและการรักษาสิทธิ์และผลประโยชน์ของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ฟังดูแล้วอาจจะแสนไม่โรแมนติก แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เราควรจะอยู่ด้วยความไม่ประมาทโดยเผื่อเอาไว้ในวันข้างหน้าด้วย เพราะถ้าความรักแสนหวาน เกิดขมปี๋ขึ้นมามื่อไหร่ อย่างน้อย เราจะได้ไม่เจ็บตัวเจ็บใจเพราะไม่ได้เตรียมการณ์ล่วงหน้าเอาไว้เสียเลย   

 

 

 

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search