Find the best flights deal
 
  23 กันยายน 2561 16:12 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

News & Analysis : ประวัติศาสตร์มาบรรจบ 17 พ.ค. จาก 'พฤษภาทมิฬ' ถึง 'พฤษภาเลือด'

โดย thairath.co.th

 

กับช่วงเวลาที่ห่างกันยาวนานกว่า 18 ปีของเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2535 จนมาถึงวันนี้  17 พ.ค.2553 เลือดของคนไทยยังคงหลั่งรดแผ่นดิน เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย...
 

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 การเสนอชื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเกิดความไม่พอใจของประชาชนในวงกว้าง เพราะพล.อ.สุจินดา เคยประกาศว่า จะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ จึงไม่ตรงกับที่เคยพูด และเป็นหนึ่งในชนวนให้ฝ่ายที่คัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำการเคลื่อนไหวอีก เพราะก่อนหน้านี้มีการทักท้วงโต้แย้งว่า รธน.ที่ร่างขึ้นมาใหม่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย นำไปสู่การเคลื่อนไหวคัดค้านต่างๆ ของประชาชน รวมถึงการอดอาหารของ ร.ต. ฉลาด วรฉัตร และพล.ต. จำลอง ศรีเมือง (หัวหน้าพรรคพลังธรรมในขณะนั้น) เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง และเสนอว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง

 

หลังการชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่เดือนเม.ย. เมื่อเข้าเดือนพ.ค.2535 รัฐบาลเริ่มระดมทหารเข้ามารักษาการในกรุงเทพมหานคร และเริ่มมีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร บริเวณราชดำเนินกลาง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ในคืนวันที่ 17 พ.ค. นักศึกษาและประชาชนราว 500,000 คน ร่วมชุมนุมที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เวลา 21.00 น. เริ่มเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกตำรวจและทหารสกัดกั้นไว้ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จากนั้นได้เกิดความโกลาหล ผู้ชุมนุมตอบโต้กันด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่ เจ้าหน้าที่จึงตอบโต้ด้วยการทุบตีทำร้ายประชาชน

เวลา 00.30 น. ของวันที่ 18 พ.ค. รัฐบาลจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังจากนั้นมีกลุ่มชายหัวเกรียนสวมเสื้อเกราะในราชการสงคราม บุกเข้าทำลายและเผาสน.นางเลิ้ง โดยรัฐบาลระบุว่าเป็นฝีมือของนักศึกษารามคำแหงและธรรมศาสตร์ รัฐบาลจึงตัดสินใจใช้แผนไพรีพินาศขั้นที่ 3 คือปราบปรามขั้นเด็ดขาด เวลา 15.00 น. ทหารและตำรวจกว่า 6,000 คนพร้อมรถถังและรถหุ้มเกราะ เข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ โดยเรียงหน้าระดมยิงผู้ชุมนุมไล่ไปจนถึงกรมประชาสัมพันธ์และโรงแรมรัตน โกสินทร์ เป็นเหตุให้มีนักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายร้อยคน สูญหายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

 

หลังการชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่เดือนเม.ย. เมื่อเข้าเดือนพ.ค.2535 รัฐบาลเริ่มระดมทหารเข้ามารักษาการในกรุงเทพมหานคร และเริ่มมีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร บริเวณราชดำเนินกลาง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ในคืนวันที่ 17 พ.ค. นักศึกษาและประชาชนราว 500,000 คน ร่วมชุมนุมที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เวลา 21.00 น. เริ่มเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกตำรวจและทหารสกัดกั้นไว้ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จากนั้นได้เกิดความโกลาหล ผู้ชุมนุมตอบโต้กันด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่ เจ้าหน้าที่จึงตอบโต้ด้วยการทุบตีทำร้ายประชาชน

เวลา 00.30 น. ของวันที่ 18 พ.ค. รัฐบาลจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังจากนั้นมีกลุ่มชายหัวเกรียนสวมเสื้อเกราะในราชการสงคราม บุกเข้าทำลายและเผาสน.นางเลิ้ง โดยรัฐบาลระบุว่าเป็นฝีมือของนักศึกษารามคำแหงและธรรมศาสตร์ รัฐบาลจึงตัดสินใจใช้แผนไพรีพินาศขั้นที่ 3 คือปราบปรามขั้นเด็ดขาด เวลา 15.00 น. ทหารและตำรวจกว่า 6,000 คนพร้อมรถถังและรถหุ้มเกราะ เข้าสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ โดยเรียงหน้าระดมยิงผู้ชุมนุมไล่ไปจนถึงกรมประชาสัมพันธ์และโรงแรมรัตน โกสินทร์ เป็นเหตุให้มีนักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายร้อยคน สูญหายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

 

เช้าวันที่ 19 พ.ค. ภาพดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก ผู้รอดชีวิตบางส่วนจึงย้ายไปชุมนุมต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ 20 พ.ค.ช่วงค่ำ กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเคอร์ฟิวส์ ห้ามประชาชนออกจากบ้านในเวลา 21.00-04.00 น. แต่กลุ่มผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังคงปักหลักและเพิ่มจำนวนขึ้นกว่าแสนคน เวลา 23.30 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแพร่ภาพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นำพล.ต. จำลอง และพล.อ. สุจินดา เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของประชาชน วันที่ 23 พ.ค. พล.อ.สุจินดาได้ออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรมให้แก่ตนเอง วันต่อมาได้ประกาศลาออก จากนั้นได้ลี้ภัยไปต่างประเทศระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยตามปกติจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเหตุการณ์ วันที่ 17 พ.ค.2553 เริ่มต้นมาจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยกล่าวว่านายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ โดยมีพื้นที่ชุมนุมหลัก คือบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และตลอดถนนราชดำเนิน ไปจนถึงหน้ารัฐสภา กลุ่มคนเสื้อแดงมีกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเทเลือดประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล หรือบ้านพักของนายกรัฐมนตรี การเคลื่อนขบวนดาวฤกษ์ ที่เป็นขบวนรถของคนเสื้อแดงไปทั่วกรุงเทพฯ ตามถนนสายหลักต่างๆ

 

จากการเข้าสลายการชุมนุม ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการร่วมแก้ไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือศอฉ. ในวันที่ 10 เม.ย. จากเหตุการณ์ปะทะใกล้กับที่ชุมนุม เช่น ถนนดินสอ ช่วงวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนตะนาว ช่วงแยกคอกวัว ฝั่งเชื่อมต่อถนนข้าวสาร มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1,427 ราย นับเป็นการสูญเสียเลือดเนื้อครั้งแรกของทั้งคนเสื้อแดงและเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 เม.ย. จึงตัดสินใจยุบเวทีสะพานผ่านฟ้าฯแล้วย้ายผู้ชุมนุมทั้งหมดไปรวมกันชุมนุมที่ เวทีใหญ่ บริเวณแยกราชประสงค์ โดยใช้บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ยาวไปจนถึงสวนลุมพีนี จรดแยกถนนสีลมตัดกับถนนพระราม 4

จากนั้นในวัน ที่ 22 เม.ย. เกิดเหตุระเบิด 5 ครั้งบริเวณถนนสีลม โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ระหว่างที่กลุ่มนปช.รวมตัวชุมนุมอยู่แยกศาลาแดงฝั่งถนนสีลม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ โดยเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง หน้าโรงแรมดุสิตธานี ใต้ทางเดินลอยฟ้าเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือสกายวอล์ก และหน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาศาลาแดง ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 87 คน สาหัส 3 คน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 3 คน ถือเป็นความสูญเสียของประชาชนทั่วไปที่ถูกลูกหลงจากการสร้างสถานการณ์ของผู้ ไม่หวังดีวันที่ 28 เม.ย. กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคลื่อนพลถึงฐานทัพอากาศดอนเมือง แกนนำได้สั่งให้ขบวนหยุดเนื่องจากพบว่ามีตำรวจและทหารตั้งด่านสกัดอยู่ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนพลออกจากหน้าฐานทัพอากาศดอนเมือง มุ่งหน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว หลังจากหยุดเจรจาแล้วไม่เป็นผล และเจ้าหน้าที่ได้ยิงกระสุนยางเข้าใส่ ทำให้ผู้ชุมนุมต้องถอยร่น การยิงปะทะกันครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บ 16 ราย เสียชีวิต 1 ราย ต่อมาวันที่ 7-8 พ.ค. มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 และกราดยิงกระสุนในบริเวณพื้นที่ควบคุม ถนนสีลมและแยกศาลาแดง ทำให้มีผู้บาดเจ็บรวม 17 ราย เสียชีวิต 2 ราย

วัน ที่ 13 พ.ค.2553 เป็นวันที่ศอฉ.ดำเนินการเข้ากระชับพื้นที่การชุมนุม มีการปิดกั้นถนนรอบๆ พื้นที่การชุมนุม จนเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ศีรษะ ได้บาดเจ็บอาการสาหัส ทำให้ความรุนแรงขยายตัวมากขึ้น อีกทั้งมีการปะทะที่แยกสีลมและแยกศาลาแดง ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากการกระทบกันของคนเสื้อแดง และเจ้าหน้าที่ทหารหน้าบริเวณสวนลุมพีนี


อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงวันที่ 14-16 พ.ค. มีการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกราชปรารภ แยกประตูน้ำ ย่านชุมชนบ่อนไก่ สามเหลี่ยมดินแดง แยกสีลม และแยกศาลาแดง ทำให้มีจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ตามที่ศูนย์เอราวัณรวมกว่า 261 ราย ทั้งนี้บาดเจ็บ 230 ราย เสียชีวิต 31 ราย

และวันนี้วันที่ประวัติ ศาสตร์การนองเลือดทางการเมือง ได้มาบรรจบครบ 18 ปีเต็ม แต่การเมืองของประเทศไทยยังคงวนเวียนอยู่ในวัฏจักรเดิม คือ การเรียกร้องประชาธิปไตย หลังจากที่ถูกฉีกรัฐธรรมนูญไปโดยการรัฐประหาร เพียงแต่คราวนี้ จุดมุ่งหมายการเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องการเลือกตั้งอาจเปลี่ยนไปจากเดิม โดยไม่ได้เรียกร้องจากรัฐบาลเผด็จการทหาร เหมือนเมื่อครั้งอดีต แต่ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อความหวังของการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่า


ทั้งหลายเหล่านี้ กลายเป็นการห้ำหั่นกันของคนไทยด้วยกันเอง ที่ต่างคนต่างมีความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง ที่ไม่เหมือนกัน วันนี้การปะทะกันยังคงไม่จบสิ้น ภาพของถนนที่มีกองยางรถยนต์จุดไฟเผา ยังมีอยู่ทั่วพื้นที่การชุมนุม เสียงระเบิด และกระสุนปืน ยังคงเขย่าขวัญประชาชนชาวบ้านในพื้นที่ปะทะ คนกรุงเทพฯอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว ไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่มั่นใจในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งไม่รู้ว่าสภาพแบบนี้จะไปสิ้นสุดลงเมื่อใด ไม่มีใครให้คำตอบ...

 

ข้อมูลอ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki

 

 

 

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search