Find the best flights deal
 
  19 พฤศจิกายน 2561 19:50 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 129 ออกแล้ว!..ISSUE 0129 (๋Sep-Oct18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

Knowledge : อังกฤษเตรียมแผนการเปลี่ยนกฏระเบียบการขอวีซ่านักเรียน

โดย Patcharin Wongsathien

 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นาย Alan Johnson รัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษ เปิดเผยว่า จะออกกฏระเบียบใหม่สำหรับผู้ขอวีซ่านักเรียน โดยข้อหลักจะมี3 ข้อด้วยกัน คือหนึ่ง เรื่องความเข้าใจภาษาอังกฤษซึ่งจะต้องพูด เขียนและอ่านให้ได้อยู่ในระดับ GCSE หรือระดับ intermediate ข้อสอง เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ติดตามโดยถ้าเป็นคอสต่ำกว่า 6 เดือน จะไม่ได้รับอนุญาตให้พาใครมาด้วย ถ้าเกิน 6 เดือนแต่ไม่ใช่การเรียนระดับมหาวิทยาลัย จะสามารถพามาได้ แต่ผู้ติดตามจะไม่มีสิทธิ์ทำงาน ข้อสุดท้ายคือข้อที่สาม เป็นเรื่องชั่วโมงทำงาน จากแต่ก่อนที่อนุญาตให้ทำได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็จะลดลงเหลือแค่ 10 ชั่วโมง

 

สาเหตุที่ต้องมีการออกกฏระเบียบขึ้นมาใหม่เป็นเพราะพักหลัง รัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนักว่าปล่อยให้พวกที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหรือพวกที่หวังจะเข้ามาทำงานหรืออยู่เป็นการถาวร ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก นายJohnson บอกว่า ในจำนวนวีซ่าที่ออก 30 เปอร์เซนต์เป็นวีซ่านักเรียน และส่วนใหญ่เป็นการเรียนแบบคอสสั้น ๆ ไม่ใช่ระดับมหาวิทยาลัยส่วนทางด้าน

โฆษกกระทรวง เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ทบทวนเรื่องการออกวีซ่ามาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน เพราะในช่วงระหว่างปีค.ศ. 2008 ถึง 2009 สหราชอาณาจักรออกวีซ่านักเรียนให้ถึง 240,000 ราย

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลถูกพรรคฝ่ายค้านหลักคือพรรค Conservativeโจมตีเรื่องนโยบายการรับคนเข้าเมืองโดยบอกว่าหละหลวมและเต็มไปด้วยช่วงโหว่ ตอนนี้ แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็คาดว่ารัฐบาลจะลดการออกวีซ่านักเรียนลงในอัตราหลายหมื่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ จำนวนผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนจากประเทศเนปาล อินเดีย และบังคลาเทศ สูงมากขึ้นเป็นประวัติการณ์จนทำให้มีการตัดสินใจชะลอหรือระงับวีซ่าผู้ขอไปเป็นจำนวนมาก

 

อันที่จริง เมื่อปีที่แล้ว ก็มีการเปลี่ยนกฏไปแล้วครั้งหนึ่งโดยได้นำเอาระบบนับแต้มมาใช้ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลนัก แต่อย่างไรก็ตาม นาย Johnson บอกว่า เชื่อว่าภายในปีหน้า ระบบที่จะนำมาใช้ จะรัดกุมและเข้มงวดมากขึ้น โดยจะตรวจทั้งการเดินทางขาเข้าและขาออก แต่สำหรับนักศึกษาทั่วไปที่ตั้งใจจะมาเรียนหนังสือจริง ๆ นาย Johnson บอกว่า ไม่ต้องห่วงเพราะอังกฤษ ยังเปิดแขนอ้ารับนักศึกษาต่างชาติอยู่เสมอ

 

ทางอังกฤษ คงต้องระมัดระวังด้วยในอันที่จะไม่ทำให้อุตสาหกรรมด้านการศึกษาของประเทศเสียหาย เพราะรายได้จากส่วนนี้ มีมากถึง 5 ถึง 8 พันล้านปอนด์ นาย Johnson กล่าว

 

 

***********************************************************************************************************************************************

 

 

นักนักศึกษาจบใหม่ของอังกฤษ 90 เปอร์เซนต์ ทำงานฟรี

 

แม้จะมีการประกาศไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าเศรษฐกิจของอังกฤษ เริ่มกระเตื้องขึ้น แต่ทว่าสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบ ก็ยังมีปัญหาเรื่องการหางานทำกันอยู่ หลายคน ยอมทำงานฟรีโดยหวังว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งที่ถาวรได้ในอนาคต บางรายถูกขอทำงานให้ที่บ้านโดยไม่ได้ค่าตอบแทนใด ๆ นอกจากนั้น สถานที่ทำงานบางแห่งยังคิดเงินค่าฝึกงานกับนักศึกษาอีกต่างหาก


 

 

 

 

การที่นักศึกษาที่เพิ่งจบจำนวนมาก ยอมทำงานฟรีเพื่อให้ได้ใบรับรองการผ่านงาน ทำให้เกิดข้อวิตกว่าจะถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบมากเกินไป Alex Try หนึ่งในนักศึกษาที่ต้องตกอยู่ในสภาพทำงานฟรี ได้สร้างเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Interns Anonymous หรือเด็กฝึกงานนิรนาม ขึ้นมาให้พวกที่อยู่ในสภาพคล้าย ๆ กันระบายความอึดอัด เขาบอกว่า ตั้งแต่จบมาเมื่อสองปีก่อน ทำงานได้เงินเดือนแค่เพียง 6 เดือนเท่านั้น ทีเหลือ ทำงานฟรีมาโดยตลอด

 

Alex บอกว่า การเรียนสูง ได้ใบปริญญาเกรดเอ ไม่ได้การันตีว่าจะต้องได้ทำงานเสมอไป ถ้าไม่มีเส้นสาย ก็ต้องเริ่มกันที่ศูนย์ โดยจะต้องผ่านการฝึกงานก่อนอย่างน้อย 6 เดือนถึงหนึ่งปี ไม่เช่นนั้นแล้ว คงหางานดี ๆ ที่อยากทำไม่ได้เด็ดขาด

 

จากการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า 90 เปอร์เซนต์ของนักศึกษาที่จบใหม่ ทำงานฟรี ในจำนวนนี้ 60 เปอร์เซนต์บอกว่า การฝึกงาน ไม่มีประโยชน์ต่องานที่อยากทำ เมื่อไม่นานมานี้ องค์กร Charity Pilotlight ได้เปิดให้มีการประมูลตำแหน่งฝึกงานในห้องข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในราคากว่า 3,000ปอนด์ และ 600 ปอนด์ ต่อการฝึกงานสองวันกับธนาคารเพื่อการลงทุน ซึ่งแม้จะเป็นการหาเงินเข้ากองกุศล แต่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย โดยบอกว่า เป็นการตัดโอกาสนักศึกษาที่ไม่ได้ร่ำรวย และไม่ถูกต้องในด้านจริยธรรม

 

Heather Collier จาก National Council for Work Experience บอกว่า นักศึกษาที่จบปีนี้ มีประมาณสองแสนคน แต่ละคนมีหนี้สินที่ต้องกู้จากรัฐบาลเพื่อใช้จ่ายค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในการเรียน 3-4 ปีประมาณคนละ 20,000 ปอนด์  การเริ่มงานเพื่อหาประสบการณ์หรือการฝึกงาน ควรที่จะได้รับค่าตอบแทน แต่บางแห่ง กลับต้องจ่ายเงินให้กับสถานที่ทำงานเพื่อแลกกับการทำงานให้ฟรี

 

ประเทศที่ร่ำรวยอย่างอังกฤษ การเรียนจบสูง ๆ ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะต้องได้งานทำเสมอไป ใบผ่านงานนับว่าสำคัญมาก ต่องานที่มั่นคงในอนาคต รัฐบาลอังกฤษเองก็ตระหนักถึงความสำคัญ โดยสร้างตำแหน่งฝึกงานขึ้นมา 5,500 ตำแหน่ง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่งจบ ถือว่าขี้ประติ๋ว ดังนั้น ปัญหานี้ น่าที่จะยังคงเป็นปัญหาสำคัญอีกต่อไปอย่างน้อยก็จนกว่าเศรษฐกิจจะขยับตัวดีขึ้น

 

 

 

 

***********************************************************************************************************************************************

 

เด็กนอนไม่พอ ส่งผลเสียทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม

 

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เด็กวัยเรียนควรจะต้องนอนอย่างน้อยวันละ 10 ถึง 11ชั่วโมง เพราะร่างกายโดยเฉพาะสมอง ยังพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การนอนไม่พอจะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง สมาธิสั้น เฉื่อยฉา และหงุดหงิด เป็นต้น จากการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า เด็กจำนวนมากนอนไม่ค่อยพอ เพราะมัวแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ คุยกับเพื่อนทางออนไลน์ หรือดูโทรทัศน์กันจนดึก

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Newsround ของบีบีซี ได้ส่งแบบสอบถามไปยังเด็กกว่า 1,000 คนที่มีอายุระหว่าง 9 ถึง 11 ปีตามโรงเรียนทั่วไปในอังกฤษ พบว่า ส่วนใหญ่ ขึ้นนอนกันประมาณสามทุ่มครึ่ง แต่หนึ่งในสี่บอกว่า เวลาขึ้นนอนปกตินั้น ประมาณสี่ทุ่มหรือหลังจากนั้น และครึ่งหนึ่งบอกว่า รู้สึกว่าตัวเองนอนไม่พอ

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย บอกว่า การนอนไม่พอ ส่งผลให้เด็กขาดสมาธิในการเรียน และยังมีผลกระทบต่อพฤติกรรมและการเรียนโดยรวมอีกด้วย ผลจากแบบสอบถาม เด็กประมาณครึ่ง บอกว่าใช้เวลาก่อนนอนในการเล่นคอมพิวเตอร์ text คุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์มือถือและดูโทรทัศน์ ซึ่งอย่างหลังสุดนั้น เด็กครึ่งหนึ่งของที่สำรวจ บอกว่า พวกเค้ามีโทรทัศน์อยู่ในห้องนอนของตัวเอง

 

ผลการศึกษาของนักวิชาการในประเทศฟินแลนด์ พบว่า การนอนอย่างเต็มอิ่ม สามารถช่วยลดอาการของโรคซนและสมาธิสั้น หรือ ADHD ที่ย่อมาจากAttention deficit hyperactivity disorder อีกด้วย รายงานเดียวกันนี้ บอกอีกด้วยว่า ประมาณหนึ่งในสามของเด็กในสหรัฐอเมริกา มีปัญหานอนไม่พอ ดอกเตอร์Paul Gringrass หมอเด็ก ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนของเด็กที่โรงพยาบาล Guy’sและ St Thomas’ ในกรุงลอนดอน บอกว่า สมองของเด็ก จะทำงานเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การนอนไม่พอเพียงนิดเดียว จะมีผลกระทบที่สำคัญต่อการมีสมาธิและความประพฤติไปตลอดวัน และยังมีผลต่อการเจริญเติบโตและความอยากอาหารอีกด้วย

 

ไม่ใช่แต่เฉพาะเด็กก่อนวัยรุ่นเท่านั้นนะครับที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่พอ การค้นคว้าที่ผ่านมาพบว่า เด็กวัยรุ่น ก็ประสบปัญหาที่เรียกว่า อาการโรคตานกฮูก หรือ “night owl syndrome” เช่นกัน โดยเด็กพวกนี้ จะไม่ค่อยได้เจอกับแสงแดดในยามเช้า เพราะนอนดึกและตื่นสายเป็นประจำครับ

การศึกษาของศูนย์ค้นคว้าเรื่องแสงสว่างจากสถาบัน Renselaer Polytechnic ในสหรัฐอเมริกา สรุปว่า เด็กวัยรุ่นขาดหรือไม่ได้รับแสงอาทิตย์ที่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดยามเช้า ซึ่งนี่ ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย หรือที่เรียกว่า body-clocks  Mariana Figueiro ผู้นำการวิจัยบอกว่า วัยรุ่นใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ข้างใน ดังนั้น จึงขาดแสงแดดยามเช้าที่จำเป็นต่อการกระตุ้นระบบชีววิทยา 24 ชั่วโมงซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมวงจรการหลับและตื่นของร่างกาย

 

การนอนหลับให้เพียงพอ นับว่าสำคัญต่อทั้งร่างกายและจิตใจ งานค้นคว้าอีกชิ้นหนึ่งบอกว่า ไม่ใช่แต่เฉพาะเด็กวัยก่อนวัยรุ่นเท่านั้นที่ต้องการเวลานอนอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง เด็กวัยรุ่นเอง ก็จำเป็นต้องนอนให้มากและให้พอเช่นกัน จากการศึกษาพบว่า วัยรุ่นที่พ่อแม่ปล่อยให้มีอิสระเสรีในเรื่องเวลาการเข้านอน มีโอกาสที่จะประสบกับปัญหาในเรื่องความเครียดและความคิดที่จะฆ่าตัวตายมากกว่าเด็กทั่วไป เพราะคนที่นอนไม่พอ ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือความเหนื่อย ความเฉื่อยชา และการขาดความกระตือรือร้น ตลอดทั้งการขาดสมาธิ ซึ่งอาการที่กล่าวมาทั้งหลายนี้ เป็นอาการของโรคเครียดซึมเศร้าหรือ depressionซึ่งจะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ หากนอนไม่พออย่างต่อเนื่อง

 

 

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search