Find the best flights deal
 
  16 พฤศจิกายน 2561 20:09 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 129 ออกแล้ว!..ISSUE 0129 (๋Sep-Oct18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

Leisure : “Innocent” Concert

โดย ASTV ผู้จัดการ

 

“Innocent” Concert

 

 

“Innocent” แปลซื่อๆ คือไร้เดียงสา
       
       
แต่สำหรับวง“The Innocent”(ดิ อินโนเซ้นท์) ผลงานเพลงที่พวกเขาสร้างสรรค์นั้น ช่างตรงข้ามกับชื่อวงโดยสิ้นเชิง คือเป็นงานดนตรีที่มีเชิงชั้น จัดเจน ละเมียด กินใจ
       
       
นับเป็นวงดนตรีมีกึ๋นในระดับตัวพ่อวงหนึ่งของเมืองไทย
       
       
แต่เมื่อเส้นทางชีวิตหักเห หลังออกอัลบั้มชุดที่ 9 “10 นาฬิกาในปี 2532 พวกเขาต่างก็แยกย้ายไปทำภารกิจส่วนตน ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงโลดแล่นเป็นเบื้องหลังอยู่ในวงการเพลงบ้านเรา
       
       
แม้อินโนเซ้นท์จะพักวงไปเป็นเวลาถึง 20 ปี แต่บทเพลงของเขามากมายยังถูกเปิด ถูกเล่น ถูกนำมาคัฟเวอร์อยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับเสียงเรียกร้องว่าเมื่อไหร่อินโนเซ้นท์จะกลับมารวมตัวกันอีก
       
       
และความหวังก็สัมฤทธิ์ผลมาครึ่งหนึ่ง เมื่อพวกเขากลับมารวมตัวกันเพื่อเล่นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี(ความหวังของแฟนเพลงจะสัมฤทธิ์ผลเต็มร้อยก็ต่อเมื่อพวกเขามารวมกันออกอัลบั้มใหม่ด้วย)
       
       
คอนเสิร์ตรียูเนี่ยนของอินโนเซ้นท์ มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ท่ามกลางแฟนเพลงที่เข้ามารอชมกันเต็มฮอลล์ แบบมีที่นั่งว่างเป็นฟันหลอกระจายแทรกอยู่ประปราย
       
       
สำหรับการชมคอนเสิร์ตที่อิมแพ็คนั้น ถือเป็นการเสี่ยงดวงอย่างหนึ่ง เพราะถ้าดวงดีได้ที่นั่งดีเสียงก็จะออกมาโอเค แต่ถ้าดวงไม่ได้ได้ที่นั่งฟากข้างๆ เสียงก็จะออกมาไม่ชัดแถมเสียงยังตีกันบ้างในหลายครั้ง

 


       
       
ในขณะที่สิ่งซึ่งดูจะกลายเป็นธรรมเนียมของคอนเสิร์ตแบบไทยๆ ไปแล้วก็คือเล่นช้ากว่ากำหนดมากบ้าง น้อยบ้าง สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้เล่นช้าไปร่วมชั่วโมงเศษๆ (จากกำหนดการเดิมที่ตั้งไว้คือ 19.00 น.) โดยอินโนเซ้นท์เลือกเปิดตัวด้วยโหมโรง 26.00 น. (เพลงบรรเลงชุด 10 นาฬิกา) ที่ดูออกแนวหวือหวานิดๆ ด้วยจอภาพฉากหลังหน้าปัดนาฬิกาวิ่งไป วิ่งมา
       
       
จากนั้นพวกเขาประเดิมเพลงแรกกันด้วย เพียงกระซิบเพลงสุดฮิตที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ลั่นฮอลล์ แล้วตามต่อด้วย ฝันและใฝ่ก่อนหยุดพักช่วงสั้นๆ (มาก)ด้วยแนะนำตัวของเหล่าสมาชิกทั้ง 4 ที่ร่วมเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้ ประกอบด้วย
       
       
ชาตรี คงสุวรรณ(ลีดกีตาร์,ร้องนำ) สายชล ระดมกิจ(ริทึ่ม กีตาร์,ร้องนำ) เสนีย์ ฉัตรวิชัย(เบสกีตาร์,ร้อง) พีรสันติ จวบสมัย(คีย์บอร์ด,ร้อง)
       
       
แล้วอินโนเซ้นท์ก็เดินหน้าแบบไม่ไร้เดียงสาด้วยเพลง ทางหนึ่งซึ่งหวังกับเนื้อหากินใจ ก่อนให้ หนึ่ง จักรวาล” (แขกรับเชิญ) มือคีย์บอร์ด-เปียโนขั้นเทพ มาร่ายมนต์พรมคีย์เปียโน(ไฟฟ้า)นำเข้าสู่เพลง สักวันอันสุดซึ้ง ที่เรียบเรียงเพิ่มให้ โก้ มิสเตอร์แซกแมนมาโซโลแซ็กตบตูดในช่วงท้ายแบบสั้นไปนิดนึง
       
       
ต่อจากนั้นหนึ่งเดี่ยวเปียโนส่งต่อไลน์บลูส์ ให้อินโนเซ้นท์รับช่วงด้วยขายหัวเราะแล้วมากระชับจังหวะคึกคักกันด้วย มนต์ไทรโยคที่มีจอภาพฉากหลังเป็นรถไฟคนละขบวนกับที่ตกรางที่หัวหินวิ่งไปตามรางกะฉึกกะฉักล้อไปกับเพลงแบบชวนให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ก่อนเพิ่มระดับดีกรีด้วย บอกแล้ว” “เมืองอะไรปิดท้ายในภาคแรก
       
       
เวทีมืดดับไปแวบหนึ่ง อินโนเซ้นท์กลับมาในมาดใหม่ด้วยสไตล์อะคูสติก งัดเอาเพลง รักไม่รู้ดับ” (ของครูสุรพล โทณะวณิก) ในอัลบั้มแรก (รักไม่รู้ดับ พ.ศ.2523) โดยมี สิทธิศักดิ์ กิจเต่งนักร้องนำในยุคแรก มาขับขานบทเพลงแบบใสๆ สไตล์รุ่นใหญ่ พร้อมมีการพูดคุยรำลึกอดีตวง ดิ อินโนเซ้นท์เป็นแบบเล็กๆ น้อยๆ พอเป็นน้ำจิ้ม
       
       
ก่อนเปิดโอกาสให้พี่ปื๊ด (เสนีย์) มือเบส มาร้องเดี่ยวพร้อมอิเลคโทนที่เลื่อนออกมาจากข้างเวทีแบบสุดเท่ แล้วตามด้วยสายชลออกมาร้องในเพลง คืนก่อนอันสุดซึ้ง โดยมีพีรสันตินำเมโลเดียนขึ้นมาเล่นคลอไปกับกีตาร์อย่างลงตัว นับเป็นความมีกึ๋นของวงที่เลือกนำเสนอง่ายๆ แต่ดูดี ช่วงนี้จึงดูคล้ายๆ งานรวมรุ่น(คนเกินหลักสี่)ไปโดยปริยาย แถมยังดูอบอุ่นแบบรุ่นใหญ่ไม่น้อยเลย
       
       
บทเพลงถัดไปคือจะเอายังไงยังอยู่ในอารมณ์อะคูสติก ก่อนตามด้วย รักคืออะไรที่มีกลุ่มแขกรับเชิญมาร่วมร้องแบบตามเอาผู้คนต่อมกรี๊ดแตกกระจาย กรี๊ดกันลั่นสนั่นฮอลล์ เพราะพี่แก(สายชล)ขนศิลปินชื่อดังจากค่ายเลิฟอีสมาแทบยกกระบิ ทั้ง บอย โกสิยพงศ์, ป๊อด โมเดิร์นด็อก, นภ พรชำนิ,บอยไตร และ คู่หูลิปตา
       
       
ถือว่าช่วงนี้เป็นความอบอุ่นทางอารมณ์ช่วงหนึ่ง ก่อนเข้าสู่ช่วงถัดไปที่อินโนเซ้นท์สลับอารมณ์ เปลี่ยนมาเล่นเครื่องไฟฟ้าอีกครั้ง กับเพลงโจ๊ะ โจ๊ะ อย่าง เสียงจากแม่กลอง” “อยู่หอ” “สาว 86” “ก็ฉันมันไม่ดีเองกระตุ้นต่อมแดนซ์ของใครหลายคนให้ขยับแข้งขาตาม
       
       
และแล้วพวกเขาก็ทำให้ต่อมแดนซ์แตกกระจายด้วยแขกรับเชิญ อย่าง ต้น แมคอินทอช(วงศกร รัศมิทัต) เพลงที่มาในเพลงประจำตัว ใจสยิวต่อด้วย จิ๊บ ร.ด.โดย วสุ แสงสิงแก้ว ก่อนจะเอาใจแฟนเพลงสุภาพสตรีด้วย รักคือฝันไปของสาว สาว สาว ที่งานนี้มี 2 สาว(ใหญ่) คือ แหม่ม พัชริดา และปุ้ม อรวรรณ มาสร้างสีสัน ก่อนทั้งหมดจะมาร่วมร้องเพลง สอบตกของอินโนเซ้นท์ด้วยกัน ดูคล้ายๆ งานรวมพลรุ่นใหญ่ คนวัยเลยหลักสี่ที่บางคนเลยไปไกลถึงรังสิตโน่น แต่ว่าพวกเขาก็ยังมีไฟทางดนตรีอย่างเหลือเฟือ
       
       
จัดได้ว่านี่คือช่วงไฮไลท์ที่มันที่สุดของงาน ก่อนตัดอารมณ์กลับมาเศร้าๆซึ้งๆ กับบทเพลง เพียงครึ่งใจแล้วตัดอารมณ์กลับไปอีกครั้งด้วย เรื่องมันใหญ่และการแจมกับวงรุ่นน้องอย่าง ETC ในเพลง มือที่สาม”(บรรเลง) ที่พี่ปื๊ดตบเบสดวลกับมือเบส ETC ในช่วงสั้นๆ แต่ดูสนุกใช่ย่อย ก่อนที่ ETC จะกลับเข้าไปชนิดที่ทำเอาหลายๆคนอารมณ์ค้างว่า ไหนๆ ETC มาแล้วก็น่าจะร่วมขับร้องเพลงของอินโนเซ้นท์บ้าง
       
       
เวทีมืดลงอีกครั้ง พร้อมกับการโชว์กีตาร์อะคูสติกช่วงสั้นๆ ของ เต้ย อินคา แบ็คอัพคนสำคัญ ก่อนส่งต่อเข้าสู่เพลง เห็นใจกันหน่อยที่พี่โอมชาตรี โชว์ลีลาการโซโลพรมนิ้วบนเฟร็ตกีตาร์อย่างเพริศแพร้วสมดังหนึ่งในมือกีตาร์ฮีโร่ของไทย
       
       
จากนั้นอินโนเซ้นท์มีแขกรับเชิญ กับ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ที่มาเดี่ยวเปียโนแนวร็อก แอนด์โรล ส่งเข้าทางเพลง “14-16-18 วัยบริสุทธิ์พร้อมร่วมขับร้องกับสายชล ก่อนปิดท้ายด้วยเพลง เสียเวลาเปล่าที่หลังจากนั้นคนดูไม่เสียเวลาเปล่าต่อการปรบมือ ตะโกน โห่ร้องเพื่อขอให้พวกเขาออกมาอีกครั้งในช่วงอังกอร์
       
       
อินโนเซ้นท์กลับออกมาอีกครั้ง มีโต๋มาช่วยเล่นเปียโนเปิดเข้าเพลงเพราะเธอหรือเปล่าแล้วปิดท้ายกันจริงๆ ด้วยอีกหนึ่งบทเพลงอมตะที่ไม่เล่นไม่ได้คือ ฝากรักพร้อมการเซอร์ไพรส์ปิดท้ายด้วยแขกรับเชิญ(อีกแล้วครับท่าน) รุ่นโค-ตะ-ระ-ใหญ่ กับเศรษฐา ศิระฉายา ที่ไม่ต้องให้แฟนเพลงโหวตแบบ AF ก็รู้ว่าบนเวทีนี้ใครอาวุโสสุด ก่อนที่แขกรับเชิญทั้งหมดจะขึ้นมาร่วมร้องเพลงฝากรักพร้อมกันแบบอบอุ่นอิ่มเอมจนแฟนเพลงหลายคนต่อมน้ำตาแตก
       
       
เรียกได้ว่าการกลับมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้ของอินโนเซ้นท์ คุ้มค่ากับที่แฟนเพลงรอคอย แม้ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์มากมาย แต่ก็เป็นความสนุกแบบพอเพียงตามสไตล์รุ่นใหญ่ที่นำเสนอดนตรีแบบมีกึ๋น
       
       
ซึ่งต้องยอมรับว่าวง ดิ อินโนเซ้นท์ เตรียมตัวซ้อมมาดีทีเดียว ยังเล่นดนตรีเข้าขาเหมือนสมัยหนุ่มๆ ในขณะที่ส่วนของนักดนตรีแบ็คอัพนั้นพวกเขาก็ให้ความสำคัญไม่น้อย เพราะคัดประเภทระดับเซียนมาช่วยเสริมอรรถรส โดยมีกลองชุดถึง 2 ตัวทีเดียว
       
       
The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search