Find the best flights deal
 
  24 กันยายน 2561 00:12 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

News & Analysis : เชิญ “วีระ-แดง” ออกทีวี “เกม” ที่มีแต่ได้!!

       รู้ดีว่าการแสดงท่าทีเอ่ยปากเชิญชวน วีระ หรือใครก็ตามที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงมาเป็นพิธีกรในรายการดังกล่าวจะสร้าง ความกระอักกระอ่วนไม่น้อยให้กับกลุ่มคนพวกนี้ เพราะจะทำให้สังคมมองว่ารัฐบาลและ นายกรัฐมนตรีเปิดกว้างให้กับกับทุกฝ่าย แม้กระทั่งกลุ่มที่มีความเห็นแตกต่างกัน
       
       และยิ่งมีการแสดงท่าทีว่าจะไม่มีการปิดกั้นคำถาม เปิดไฟเขียวให้เต็มที่ก็ยิ่งได้รับการชื่นชม
       
       ขณะเดียวกัน ในทางตรงกันข้ามฝ่ายเสื้อแดง หากปฏิเสธก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น ดีแต่ตั้งเวทีด่าคนอื่นอยู่ข้างเดียว แต่พอเขาเชิญมาให้ซักถามข้อสงสัยกลับ “หัวหด” ไม่กล้ามาเผชิญหน้า อะไรประมาณนี้
       
       อย่างไรก็ดี หากให้พิจารณาตามความเป็นจริงเชื่อว่าฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ “สตาฟ” ของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงประเมินเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าผลจะต้องออกมาเป็นแบบนี้
       
       นั่นคือรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า วีระ ต้องปฏิเสธแน่นอน และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เพราะล่าสุด จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงอีกคนก็ได้ออกมาแถลงแทนแล้วว่าปฏิเสธคำเชิญเป็นพิธีกร โดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา
       
       หากให้แยกพิจารณาเฉพาะกรณีก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่านาทีนี้ระดับการใช้ สำนวนโวหารของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาใครมาเทียบเทียมยาก โดยเฉพาะประเด็นการตอบคำถามอาจเรียกได้ว่าเข้าขั้นระดับ “เทพ” เลยก็ว่าได้
       
       ที่ผ่านมาหากจำกันได้ในสมัยหนึ่ง นักเล่าข่าวทางโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่ได้ชื่อว่าชอบตั้งคำถามรุกเร้าผู้ที่มาร่วมรายการจนหลายคนเข็ดขยาด ไม่กล้ามาออกรายการด้วย แต่สำหรับคนอย่าง อภิสิทธิ์ กลับตรงกันข้าม เพราะเขาคุมประเด็นได้อย่างดียิ่ง ไม่ยอมให้ถูกต้อนจนมุมกลางอากาศ
       
       ในทางตรงข้าม กลับกลายเป็นว่าฝ่ายที่รุกไล่สอนมวยกลายเป็นอภิสิทธิ์นั่นแหละ แต่อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นความสามารถเฉพาะตัว ลอกเลียนแบบกันไม่ได้
       
       ส่วนอีกด้านหนึ่งหากมองในมุมของฝ่าย “หัวขวด” วีระ บ้าง ย่อมรู้ดีว่าหากไปเป็นพิธีกรในรายการก็เท่ากับว่า “ฆ่าตัวเอง” และพวกพ้องรวมไปถึง “นายใหญ่” อย่าง นช.ทักษิณ ชินวัตร อีกด้วย
       
       เพราะประเด็นสำคัญที่จะต้องถูกนำมากล่าวถึงก็ล้วนแต่ “ร้อนๆ” ทั้งสิ้น ทั้งเรื่องคดีความของ ทักษิณ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง หรือแม้แต่ประเด็นล่าสุดคือเรื่องการล่าชื่อถวายฎีกาเพื่อขอพระราช ทานอภัยโทษที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอยู่ในขณะนี้ก็จะถูก หยิบยกมาพูดถึงแน่นอน ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
       
       แต่ต้องไม่ลืมกันคือ การมาเป็นพิธีกรก็คือทำหน้าที่มาถามไม่ใช่ให้มาพูด ดังนั้นก็น่าจะคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าฝ่ายไหนน่าจะต้อง “ร่วง” คาเวที
       
       เมื่อ มองในภาพรวมทั้งหมดแล้วปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเกมที่ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯอภิสิทธิ์ รวมไปถึงทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่มี สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รวมอยู่ด้วยเป็นคนกำหนดขึ้นมา เพื่อรุกเข้าใส่ฝ่ายเสื้อแดง โดยมีการคาดเดาถึงคำตอบที่ทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าผลจะออกมาอย่างไร
       
       หลายคนก็มองเห็นเช่นเดียวกันว่า นี่คือกลยุทธ์ด้านการตลาด สร้างภาพสมานฉันท์ในสังคม เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น
       
       แม้ว่าอีกมุมหนึ่งอาจเป็นความปรารถนาดีต้องการเปิดกว้างให้กับทุก ฝ่ายแม้แต่ฝ่ายที่คิดเห็นตรงกันข้ามก็ยังให้โอกาสมาซักถามพูดคุย แต่ความหมายในตัวของมันเองก็คือภาพในเชิงบวกของฝ่ายที่เชิญ นั่นเอง
       
       ทั้งที่ตามหลักการในฐานะผู้นำรัฐบาลก็ต้องควบคุมหรืออำนวยความสะดวก ให้ข้อข้องใจหรือคดีความต่างๆดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส และรวดเร็วตรงไปตรงมา
       
       เพราะ ไม่เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ที่จะถูกแปรเจตนาของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่าเป็นเกมสร้างภาพทางการตลาด หรือเพื่อเพิ่มเรตติ้งรายการตัวเอง เนื่องจากเมื่อ วีระ มุสิกพงศ์ ปฏิเสธ ก็หันมาทำท่าจะเชิญ สนธิ ลิ้มทองกุล ไปเป็นพิธีกร ตั้งคำถาม
       
       กลายเป็นว่า เมื่อ “แดง” ไม่มา ก็เชิญ “เหลือง” ก็แล้วกัน !!

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search