Find the best flights deal
 
  24 กันยายน 2561 04:37 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

News & Analysis : อย่าซื้อเวลา อย่ารอเวลา เพราะไม่มีเวลา

โดย อภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์

นับถอยหลัง
จะเห็นได้ว่า เวลานี้ ยามนี้ แม้ว่าประชาธิปัตย์จะขยันขันแข็ง เข็นนโยบายอะไร ต่อมิอะไรมามากมาย  แต่ในภาพรวมก็ยังไม่เห็นตัวเลข หรือผลงานอะไรที่โดดเด่นจนผลิดอกออกผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ  ที่ทุกวันนี้สถานะของประเทศไทยยังจมอยู่ในโคลนตม ทั้งนี้มีแนวโน้มว่าโคลนอาจจะดูด และ อาจจะจมลึกไปอีก หากนโยบายประชานิยม และ นวัตกรรมทางการคลังในแบบประชาธิปัตย์  ที่เริ่มต้นจากการแจกเงิน  เดินหน้ากู้ต่อเนื่อง  รวมไปถึงเรื่องเพิ่มภาษีบาป ยังไม่สามารถทำงานอย่างเต็มกำลังได้

ที่สำคัญการที่รัฐเร่งหาเงินจากจากแหล่งต่างๆ  รวมถึงการเร่งใช้เงินในรูปแบบ และโครงการใหม่ๆที่ผุดออกมาอย่างต่อเนื่อง   เริ่มถูกตั้งคำถามแบบค่อนขอด ถึงความสามารถของรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นฝ่ายค้านอาชีพมานานถึงแปดปีเหมือนกับตอนที่ตั้งรัฐบาลใหม่ๆ พร้อมๆกับมีรัฐมนตรีมือใหม่กุมบังเหียนอีกครั้งว่า  ... จะไหวหรือ
?

รึว่าวันนี้... ฮันนีมูนพีเรียดของรัฐบาล เริ่มสั้นลง   !



ทั้งนี้ดอกที่สวยกลับไม่ออกผลที่กินได้ เช่น นโยบาย เช็ค 2,000 บาทช่วยชาติ ที่รัฐบาลเชื่อว่าจะทำให้เงินจะหมุนเวียนในระบบห้ารอบนั้น  เอาเข้าจริงๆ ศูนย์พยากรณ์ธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมองว่าเงินที่รัฐบาลให้ประชาชนไปใช้นั้น  หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแค่ประมาณสองรอบเท่านั้น  ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกของภาคธุรกิจ และ ประชาชนในภาพรวมยังขาดความเชื่อมั่น  ซึ่งท้ายที่สุดเงินสองพันบาทกับผู้มีสิทธิหลายล้านคน ก็หมุนแค่สั้นๆ แล้วก็นิ่ง ความคึกคักก็ไม่เกิด  ส่วนนโยบายที่มาพร้อมๆกัน เช่น การแจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทุกคนนั้น หลายสำนักมองว่าเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ถูกจุดและยังไม่เหมาะสมกับเวลาที่รัฐบาลถังแตก ซึ่งไปๆมาๆแล้ว เรื่องนี้อาจจะได้แค่ภาพลักษณ์การเป็นรัฐบาลใจบุญ และ ได้คะแนนจากชาวบ้านในระดับรากหญ้ามากขึ้นเท่านั้น  ( ซึ่งอาจจะเสียคะแนนจากชนชั้นกลางไปด้วยซ้ำ )


ล่าสุดออกแคมเปญใหม่ กับปฏิบัติการ "ไทยเข้มแข็ง 2555"  ที่รัฐบาลหวังให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง และ หมุนจากภายใน  โดยเน้น 7 โครงการหลักสำคัญ คือ 1.การบริหารจัดการน้ำ และ แหล่งน้ำ
2.ระบบคมนาคมขนส่ง 3.ปรับปรุงด้านสาธารณสุข 4.พัฒนาการศึกษา 5.การท่องเที่ยวและบริการ 6.การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ และ 7.การพัฒนาพื้นที่พิเศษ จังหวัดชายแดนภาคใต้  ... ทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าจะดีต่อ "ระบบเศรษฐกิจของประเทศ"  เพราะลงไปเติมช่องว่างเกือบทุกพื้นที่

แต่ก็กลับถูกวิจารณ์ว่า  งบประมาณเร่งด่วนจำนวนกว่า  8 แสนล้านบาทที่ลงไปนั้น อาจไม่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในยามที่ต้องพึ่งพาตัวเองมากนัก  อาจจะเป็นเพียงแค่การสร้างความแข็งแรงให้พรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นหอกข้างแคร่ที่เตรียมจะถล่มได้ทุกเมื่อ  ซึ่งสัญญาณเตือนก็เริ่มมาตั้งแต่งบประมาณที่จัดสรรให้กับกระทรวงพรรคร่วมถูกมองว่าน้อยไป จึงทำให้ต้องอุดหนุนหลังจากที่เอาเก้าอี้อุดปากไปตอนที่ร่วมกันตั้งรัฐบาล

สำหรับที่มาของรายได้ คุณอภิสิทธิ์ คาดหวังไว้กับ "การจัดเก็บรายได้" โดยเฉพาะบรรดาภาษีบาป หรือ สรรพสามิตจาก เหล้า บุหรี่ แม้จะช่วยให้ภาพรัฐบาลดูมีศีลธรรม พร้อมๆกับได้ภาษีเพิ่ม   แต่ในทางกลับกันรายได้ที่เคยได้จากสถานบันเทิงกลางคืนรวมทั้งเงินจากนักเที่ยวกลางคืน  อาจได้รับผลกระทบจากค่าเที่ยว ค่าเหล้าแพงขึ้น จนไม่กล้าเข้ามาเที่ยวก็ได้  ทำนองเดียวกัน การจัดเก็บภาษีน้ำมันที่ประชาชนทุกหย่อมหญ้าได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ถูกริเริ่ม   แต่ว่าแนวคิดการเก็บภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ที่คนรวยได้รับผลกระทบกลับเงียบหายไป


ผมประมวลเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลมาให้ผู้อ่านได้ทบทวน เพราะส่วนหนึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งระดมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ที่สามารถฝ่าฟันโจทย์ระดับโลกที่ยากเย็นแสนเข็ญไปได้ เพราะวันนี้ ถ้าถามประชาชนว่าจะช่วยชาติอย่างไร หรือ จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยฟื้น ...ส่วนใหญ่โดยเฉพาะรากหญ้า หรือกลุ่มคนทำงานกินเงินเดือนจะบอกว่ากินน้อย ใช้น้อย ประหยัดไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ... กระตุ้นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น ถ้าภูมิคุ้มกันความกลัวยังไม่อยู่ในความคิดอีกส่วนผมอยากจะส่งสัญญาณดังๆว่า วันนี้แนวร่วมของประชาธิปัตย์เริ่มน้อยลง หรือ อาจจะถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น  ทั้งจากความเป็นประชาธิปัตย์เองที่ดูเหมือนว่าภาพใหญ่เล่นเกมแบบซื้อเวลา  ... ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลที่กดดันประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการปลดล็อคกรรมการบริหารพรรค ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง  ... รวมไปถึงแนวร่วมสำคัญจากพันธมิตรที่เริ่มเหินห่าง และ มีช่องว่างมากขึ้น

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าการที่กลุ่มเสื้อแดง  ที่พลาดท่าจากเหตุการณ์สงกรานต์เลือด  ยังคงเดินเกมที่ดุดันสมราคาเป็นอย่างยิ่ง

... ทัพหน้ายังคงเล่นบทมวยวัด หาเหตุผลมาสร้างราคา  ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีน้ำหนักกับคนส่วนใหญ่ แต่กลุ่มเสื้อแดงรากหญ้ากลับยังปักใจเชื่อมั่น ชื่นชอบ และศรัทธา

 ... ทัพหลวงแม้ว่าจะซุ่มอยู่ในที่ไม่เปิดเผย แต่กระแสความเคลื่อนไหวยังสามารถออกมาเป็นผลงาน หรือข่าวได้ไม่เว้นแต่ละกัน

... ส่วนทัพน้อยที่คอยอยู่เคียงข้าง  ก็คอยประสานเกมบทดินด้วยภาพลักษณ์นักประชาธิปไตยเต็มขั้น โดยหวังได้แนวร่วมในเมือง พร้อมๆกับรอโอกาสปลดล็อคไปในตัว




วันนี้ทั้งหมดจึงเป็นการพิสูจน์ว่า ... ภาวะความเป็นผู้นำของคุณอภิสิทธิ์ที่ฉายแววเจิดจรัส   นับตั้งแต่คลี่คลายสงกรานต์เลือดมาได้ ... จะสุกสว่างอยู่นาน และ มีความเป็นผู้นำที่สามารถนำรัฐนาวาได้จริงโดยไม่ถูกครอบงำ  เร็วพอ และทันที่จะแก้ไขวิกฤตประเทศได้หรือไม่ ? ...

เพราะ ถ้าไม่ทัน ไม่พอ ก็คงต้อง นับถอยหลัง

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search