Find the best flights deal
 
  23 กันยายน 2561 23:53 Search
amthaipaper แอมไทยฉบับที่ 127 ออกแล้ว!..ISSUE 0127 (๋July-Aug18) is out now !!.. contact@amthai.co.uk    

Knowledge : โลกเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง สำหรับผู้ที่รู้วิธีอ่าน

โดย ม.ล.พัชรภากร เทวกุล

The world is a beautiful book, but of little use to him who cannot read it.
- Carlo Goldoni.

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเริ่มเตะกันแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาและจะไปจบเกมสุดท้ายในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ที่การแข่งขันในแต่ละครั้ง ทั้งผู้เล่น ผู้จัดการ ตลอดจนถึงแฟนบอล ต่างก็ขับเคี่ยวทำสงครามกันด้วยเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงปาก อย่างไม่มีใครยอมใคร

เมื่อพูดถึงเรื่องการเชียร์ฟุตบอล จนถึงวันนี้ผมยังไม่ลืมบ่ายวันหนึ่งของเดือนมีนาคม 2009 ขณะที่นั่งประชุมอยู่กับน้องๆ นักเรียนที่เป็นผู้แทนสมาคมนักเรียนไทยในมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมแล้วประมาณสามสี่สิบคน ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่นเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมลิเวอร์พูล ซึ่งวันนั้นแม้ว่าการประชุมจะคร่ำเคร่งแต่ก็กลับเป็นที่ครื้นเครงสำหรับน้องๆ นักเรียนกลุ่มใหญ่เป็นแฟนเป็ดเอ้ยแฟนหงส์ และก็แน่นอนที่ต้องเป็นความหดหู่ของผมที่วันนั้นกลับต้องกลายเป็นชนกลุ่มน้อยคอยเชียร์ทีมเจ้าบ้าน โดยที่แม้ว่าสถานที่ประชุมจะไม่มีโทรทัศน์ในการรับชมแต่ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหลายต่างก็หมั่นเช็คข้อมูลกันจากทางโทรศัพท์หรือจากทางทีวีจอเล็กในห้องครัว เพื่อรายงานให้ที่ประชุมรับทราบกันอย่างต่อเนื่องว่า หนึ่งสองแล้วอา หนึ่งสามแล้วอา หนึ่งสี่แล้วอา เรื่อยไปจนสิ้นสุดการประชุม

ตั้งใจจะเขียนเรื่องฟุตบอล เพราะอยากชี้ให้เห็นเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเรื่องที่ได้เคยแลกเปลี่ยนความเห็นไว้ตั้งแต่ฉบับที่แล้ว ที่ว่า อันโลกกว้างใบนี้ล้วนมีทุกสิ่งอันให้เราเรียนรู้ได้ไม่สิ้นสุด เหมือนอย่างคำกล่าวของ Goldoni ที่ว่าโลกเป็นหนังสือที่สวยงาม แต่ก็นั่นแหละขึ้นอยู่กับว่าคุณจะอ่านมันได้หรือไม่อย่างไร เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนบทความนำเสนอความเห็นในนิตยสารรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง ว่าเราอาจเรียนรู้ผ่านการชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ทั้งในเรื่องความหมายของโลกาภิวัตน์ การศึกษาตัวแบบของธุรกิจ กลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ ตลอดจนถึงเรื่องของระบบการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถเป็นพิเศษ ที่ปัจจุบัน หลายสโมสรได้พัฒนาตัวเองขึ้นไปสู่ความเป็นบรรษัทที่มีสถานะของสถาบันเหนือรัฐประเทศ (Supra-nation Institution) ขณะที่อังกฤษเองมีสถานะเป็นประเทศเจ้าบ้าน (Host Country) ให้แก่ภาคธุรกิจบนยุคโลกาภิวัตน์ ที่หากถามว่าใหญ่แค่ไหนก็จะยกตัวอย่างเปรียบเปรยให้เห็นว่า ในแต่ละสัปดาห์ของการแข่งขัน มีข้อมูลสถิติว่า จะผู้ติดตามเฝ้าชมเฉพาะทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียว แมทช์เดียว (โดยไม่รวมจำนวนผู้ชมที่คอยแช่งให้แพ้) อยู่หน้าจอโทรทัศน์ในทุกมุมโลก ก็ปาเข้าไป เทียบเท่ากับจำนวนคนดูในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด มาตั้งเรียงกันเต็มความจุถึงสี่พันสนาม

 

เพราะฟุตบอลเป็นมากกว่าเกมกีฬา โคฟี อานัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ยังเคยกล่าวไว้ว่า ฟุตบอลคือสถาบันทางวัฒนธรรมที่ทำให้ผู้คนก้าวข้ามจากความแตกต่างสู่ความเป็นหนึ่งเดียวที่ทำหน้าที่ได้อาจจะดีกว่าองค์การสหประชาชาติเสียด้วยซ้ำ ไม่เป็นเรื่องที่น่าแปลกหากเราจะเห็นทีมฟุตบอล แฟนฟุตบอลทีมหนึ่ง ในประเทศหนึ่ง ต้อนรับผู้จัดการหรือนักเตะจากอีกประเทศหนึ่ง โดยมองข้ามเรื่องของเชื้อชาติศาสนาภาษาผิวสีไปสิ้นเชิง ตราบที่เขาเข้ามาเป็นหนึ่งของการสร้างสรรค์คุณค่า และนอกเหนือไปจากเรื่องนี้ ก็ยังคงมีหลายคนมีความเห็นเสริมเพิ่มเติมว่า มนต์เสน่ห์ของฟุตบอลคือคำว่าการมีน้ำใจนักกีฬา การเคารพความสามารถซึ่งกันและกัน ที่ต่างคนต่างแรงกันไปในเกม ไม่มีใครยอมใคร ทั้งคนเล่น คนเชียร์ แต่เมื่อจบเกมก็จบกัน จับมือกัน ขอโทษขอโพยให้อภัยกันได้ภายหลัง *

เมื่อเราเฝ้าชมเกมการแข่งขัน ลึกลงไปในความตื่นเต้น ตื่นตา เร้าใจที่นักฟุตบอลสร้างสรรค์ขึ้นเกม เราจะเห็นฟุตบอล ในมิติของการบริหาร “คน” การให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบการฝึกฝนและพัฒนา การสร้างสภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแกร่ง การสร้างสภาพบรรยากาศในการทำงานเป็นทีม การสร้างทัศนคติต่องานและเพื่อนร่วมงาน ระบบการจ่ายค่าตอบแทน รางวัล และการจูงใจ ในรูปแบบใหม่ ตามระดับความสามารถ (Competency Based) ตามระดับความสำเร็จและผลการทำงาน (Performance Based) และระดับความสามารถในการการประสานงานและความมีส่วนร่วมในงาน (Collaboration Based)  สะท้อนให้เห็นว่าโจทย์ของการบริหารทรัพยากรบุคคลบนกระแสโลกาภิวัตน์ไม่ใช่เรื่องง่าย กำลังคนคุณภาพในยุคสมัยใหม่ ด้วยขีดความสามารถของตนเอง กับสภาวะการแข่งขันที่เปิดกว้าง เสรี ตลอดจนการก้าวข้ามทางวัฒนธรรม ทำให้ค่านิยมในการทำงานเปลี่ยนไป พวกเขาไม่ปฏิเสธการยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย การทำงานเป็นทีม การพัฒนาเพื่อเสริมสร้างคุณค่าให้กับตนเองและต่อองค์การ และเมื่องานสำเร็จในระดับหนึ่ง พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายในระดับต่อไปที่สูงขึ้นกว่าเดิม ในลักษณะความสัมพันธ์ในงานแบบว่า เมื่ออยู่ก็มีความผูกพัน แต่ก็พร้อมที่จะจากไปได้เสมอ (committed, but mobile)ฯลฯ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวบทเรียนการบริหารจัดการ ผ่านฟุตบอลในยุคโลกาภิวัตน์นี้ได้เรื่อยไป ตราบเท่าที่เกมฟุตบอล ยังคงเชื่อมจิตใจของคนทั้งโลกได้ในทุกครั้ง.

(* อยากจะยกตัวอย่างที่นึกทีไรเป็นได้ขำ ก็คือกลุ่มเพื่อนร่วมงาน “ทีมประเทศไทย” นี่ละ แม้ว่าครั้งใดมีเรื่องต้องปรึกษาพูดคุยกันในอันที่เกี่ยวข้องกับงานราชการเพื่อประเทศชาติประชาชนเป็นอันต่อกันติดคิดกันคล่อง แต่ลองเริ่มคุยเรื่องฟุตบอลเมื่อไร เป็นต้องใส่เสื้อกันคนละสี เกทับบลัฟฟ์กันสะบั้นไปในทุกครั้ง เนื่องจากคนหนึ่งเชียร์เชลซี คนหนึ่งเป็นแฟนหงส์ คนหนึ่งแฟนปืน คนหนึ่งแฟนผี ที่ถ้าเสาร์อาทิตย์ไหนมีบอลแข่ง และไม่ติดงานอื่นใดกัน ก็เป็นอันต้องนัดหมายกันไปเชียร์ บ้านบ้าง ผับบ้าง สนามแข่งจริงบ้าง เธอส่งกำลังใจให้ทีมเธอชนะ ฉันตามแช่งให้มันแพ้ แต่เมื่อจบเกมก็ขำๆ กอดคอกัน แยกย้ายกลับบ้านกลับช่องเพื่อรอเพื่อทำงานและถากถางกันต่อไปใหม่ในวันรุ่งขึ้น)

The best flights deals all in one place Find the deal for you at 3 Mobile

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search