Find the best flights deal
 

  9 มิถุนายน 2569 04:16 Search
amthaipaper นสพ แอมไทย นสพ ไทยในสหราชอาณาจักร ติดต่อเราได้ที่ contact@amthai.co.uk , Line ID: AmthaiUK , Facebook, IG, Twitter: Amthaipaper    
 

ภาระกิจของนักการเมือง
โดย นวลน้อย ธรรมเสถียร


ยังไม่ทันจะปิดหีบเลือกตั้งดีสื่อมวลชนต่างก็มองหาสูตรจัดตั้งรัฐบาลกันด้วยความตื่นเต้น เริ่มจากตัวเลขโพล ของสำนักต่างๆ ยิ่งมีผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมา การกะเก็งเรื่องรัฐบาลใหม่ก็ไปไกลจนสุดกู่

แต่ในที่สุดก็ได้เห็นกันแล้วว่า โอกาสที่จะได้รัฐบาลใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องการเล่นเกมตัวเลข และแม้จนบัดนี้ เมื่อพรรคพลังประชาชนออกมาประกาศชัดว่า จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในฐานะที่ได้เสียงมากที่สุด ก็เห็นได้ว่ายังมีตัวแปรบางประการที่อาจทำให้สถานการณ์พลิกได้อีก

ตามรัฐธรรมนูญ การเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภา สภาชุดใหม่จะต้องประชุมกัน ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่ว่าสภาใหม่จะเปิดประชุมได้ก็ต่อเมื่อมีสส. 95% ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด 480 คน เท่ากับว่าจะต้องมีสส. 465 คนเป็นอย่างน้อยจึงจะเปิดประชุมนัดแรกได้ และสส.จำนวนนี้จะมาจากไหนไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่จากการรับรองของกกต.

กกต.มีบทบาทสำคัญ

แต่ในเวลานี้ กกต.แบกรับภาระในการสะสางข้อร้องเรียนไว้ไม่น้อย ข่าวบางกระแสบอกว่ากว่าร้อย ความสำคัญ ของการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเหล่านี้อยู่ที่ว่า มันอาจจะนำไปสู่การแจกใบเหลืองหรือใบแดงว่าที่สส. ซึ่งจะทำให้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ คนที่เจอใบเหลืองยังสามารถลงสมัครได้อีก ส่วนที่เจอใบแดงลงสมัครไม่ได้ แถมยังจะเจอการดำเนินคดีด้วยในฐานะที่ทุจริตในการเลือกตั้ง ข่าวล่าสุดในช่วงที่เขียนต้นฉบับนี้ กกต.แจกใบแดงไปแล้วสาม เป็นพรรคพลังประชาชนยกทีมที่บุรีรัมย์

ในแง่ของกกต. การทำงานช่วงนี้ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะว่ามีเรื่องของความน่าเชื่อถือเป็นเดิมพัน สมาชิกกกต.แต่ละรายจึงย้ำกับสื่อมวลชนตลอดเวลาว่า กกต.ไม่เข้าข้างใครและพิจารณาเรื่องตามหลักฐานที่มีอยู่

ในความเป็นจริงแล้ว หลักฐานที่กกต.จะได้นั้น ส่วนใหญ่จะเข้ามาจากคนกลุ่มเดียว จากข้อสรุปของกลุ่มนักสังเกตการณ์การเลือกตั้งคือกลุ่มแอนเฟรลระบุว่า ชาวบ้านที่รับเงินหรือของมามักไม่กล้านำเสนอหลักฐานต่อกกต. เพราะเกรงจะถูก “เอาคืน” คนที่จะกล้าคือนักการเมืองด้วยกันเท่านั้น และหากมองข้ามความเป็นไปได้ของการกลั่นแกล้งกันซึ่งก็เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะต้องสอบสวนอยู่แล้ว การได้ข้อมูลจากนักการเมืองเป็นหลักอาจมีผลคือทำให้โอกาสที่กกต.จะไล่ล่าเอาคนทำผิดมาลงโทษได้นั้นจำกัด คนที่ทำผิดอีกจำนวนหนึ่งอาจจะลอยนวลไปได้ ส่วนการร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งกันยังจะมีผลคือทำให้กกต.เสียเวลาที่มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

นอกจากนี้ยังต้องยอมรับว่ามีการ “ปลุก” กระแสข่าวจนทำให้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึกว่า กกต.มีโอกาสเหลือเฝือที่จะแจกใบแดงในปริมาณมาก จนอาจทำให้ความเป็นพรรคได้เสียงข้างมากเปลี่ยนไป และที่เหนือกว่านั้นสำหรับพรรคพลังประชาชนก็คือ เรื่องของซีดีจากลอนดอนที่กล่าวกันว่า แจกจ่ายไปตามบ้านผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ จุดนี้หากกกต.ตรวจสอบพบว่าผิด เชื่อกันว่าอาจมีผลทำให้พรรคพลังประชาชนถูกลงโทษถึงขั้นถูกยุบพรรคได้

จึงทำให้มีการกะเก็งกันว่า พรรคพลังประชาชนอาจจะตกม้าตายด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง กล่าวคือหากไม่ใช่กรณีซีดีจากลอนดอน ก็อาจเจอใบแดงจำนวนมากจนจำนวนที่นั่งสส.ในสังกัดลด มีผลทำให้กระแสลมของการจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนทิศ

กกต.นั้นได้ประกาศแล้วว่าจะจัดเลือกตั้งซ่อมสำหรับสส.ที่เจอใบแดงในวันที่ 13 มค.และจะพยายามเร่งรัดกระบวนการรับรองสส.ที่รับรองได้ให้รวดเร็ว เพื่อที่จะให้มีสส.พอประชุมครั้งแรกได้ภายในเวลาตามที่รธน.กำหนด

มองโลกในแง่ดีหากมีสส.พอและสภาเรียกประชุมได้ภายในสามสิบวัน เราก็น่าจะได้รัฐบาลใหม่กันในสัปดาห์ที่สามหรือสี่ของเดือนมกราคมหรือหากโชคดีก็อาจเร็วกว่านั้น มองในแง่ร้าย หากกกต.แจกใบเหลืองใบแดงอุตลุด และหากยังมีการร้องเรียนกันไม่หยุดจนรับรองสส.ได้ไม่ครบจำนวนจัดประชุม ก็คงจะต้องร้องเพลงรอ

อารมณ์ของผู้คนที่เคยตื่นเต้นกับการนับคะแนนตอนนี้จึงเริ่มจะไม่แน่ใจว่า การเมืองจะไปทางไหน ขณะที่ท่าทีที่แสดงความเชื่อมั่นของทหารและนักการเมืองบางคนยิ่งทำให้ผู้คนกะเก็งกันไปต่างๆนานา

ตัวอย่างที่ชัดเจนมาจากท่าทีของคุณสุเทพ เทือนสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คุณสุเทพพูดตั้งแต่หลังรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการว่า พลังประชาชนไม่ควรจะเป็นคนตั้งรัฐบาลแม้จะได้เสียงมากที่สุด

เหตุผลของคุณสุเทพก็คือ เสียงที่พรรคพลังประชาชนได้มาไม่ใช่เสียงข้างมาก ซึ่งคุณสุเทพบอกว่าเท่ากับว่าประชาชนไม่ได้มอบความไว้วางใจให้พรรคพลังประชาชนเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ตรรกะอันนี้ของคุณสุเทพ แม้แต่คนที่รักชอบพรรคประชาธิปัตย์บางคนยังต้องยอมรับว่าค่อนข้าง “แปลก” เพราะถ้าพลังประชาชนที่ได้เสียงมากกว่าประชาธิปัตย์ไม่มีความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาล แล้วพรรคประชาธิปัตย์อาศัยอะไรมาเป็นข้ออ้างขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ว่า คนระดับคุณสุเทพจะให้สัมภาษณ์อย่างผู้มีปัญญาน้อย ดังนั้นเรื่องนี้ก็น่าจะตีความได้อีกอย่าง นั่นก็คือว่า คุณสุเทพกำลังจะบอกว่าเสียงของพรรคประชาธิปัตย์นั้น แม้จะน้อยกว่าทว่ามีน้ำหนักหรือมี “คุณภาพ” มากกว่าเสียงที่พรรคพลังประชาชนได้มา อาจจะเป็นการพูดเพื่อปลอบใจคนกรุงเทพฯที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็อาจจะเป็นการพูดเพราะคุณสุเทพ “รู้อะไรดีๆ” อย่างเช่นรู้ว่ามีการกระทำผิดมากมายจนน่าจะเป็นเหตุให้มีการต้องแจกใบเหลืองใบแดงตามมาอุตลุดใช่หรือไม่

คนที่เลือกที่จะเชื่ออย่างนั้น คือคนที่เชื่อมั่นว่าพลังประชาชนมาได้เพราะพลังเงิน ดังนั้นเมื่อถูกตรวจสอบก็แน่นอนว่าจะต้องแพ้ภัยตัวเอง คนที่คิดแบบนี้มีแนวโน้มจะปฏิเสธว่า พลังประชาชนมีคะแนนนิยมที่ไม่เกี่ยวกับพลังเงิน และพร้อมที่จะไม่ให้ความสำคัญกับเสียงของคนที่เลือกพลังประชาชน

ขณะที่อีกฝ่ายเลือกที่จะเชื่อว่าความรู้ของคุณสุเทพไม่ได้มาจากข้อมูลจริงจังอะไรยกเว้นความรู้ในเรื่องอิทธิพลบางอย่างที่อยู่เหนือกติกา ดังนั้นคนกลุ่มนี้เชื่อว่า แม้พลังประชาชนจะชนะแต่ก็คงจะผ่านดงแข้งพวกขี้แพ้ชวนตีไปไม่ได้ ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าฝ่ายหลังนี้คือฝ่ายหนุนพลังประชาชน


Advance voting in Pattani, South of Thailand

ยิ่งมาตอนหลังนี้คุณสุเทพแซวว่าจำนวนว่าที่สส.ในสังกัดของพลังประชาชนอาจลดเหลือไม่ถึงสองร้อย บางคนถึงกับคิดว่าคุณสุเทพกำลังใบ้หวยว่างานนี้มีใบสั่ง สรุปแล้วแรงกระเทือนจากคำพูดของคุณสุเทพที่แท้ที่จริงแล้วอาจจะแค่หมายใจที่จะข่มขวัญคู่แข่งทางการเมือง กลับมีผลลบคือไปบ่อนเซาะความเชื่อมั่นของกกต.ในสภาวะที่กกต.ต้องการความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างสูง การตั้งต้นการเมืองใหม่แบบนี้จึงมีผลกระทบไม่เฉพาะความเชื่อมั่นต่อรัฐสภาชุดใหม่ แต่รวมไปถึงรัฐบาลใหม่ที่ทั้งหมดจะประกอบด้วยสส.ที่มาจากการเลือกตั้งที่รับรองโดยกกต. ไม่ว่าจะเป็นใครตั้งก็แล้วแต่---และตั้งแต่ต้นด้วย

ในขณะที่ปัญหาตอนนี้จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ล้วนแล้วแต่จะต้องเจอศึกหนักทั้งสิ้น เพราะสภาพการเมืองที่ถอยหลังเข้าคลอง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจชนิดที่นักวิเคราะห์บางรายนิยามว่า สภาพของปีห้าหนึ่งถือว่าขึ้นถึงขั้นต้องขุดหลุมฝัง เป็นสภาพที่การทำงานแบบขัดแข้งขัดขากันคงยากจะช่วยอะไรได้

แม้ว่านักการเมืองชุดนี้อาจจะไม่มีที่มือแน่ขนาดแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่สิ่งที่นักการเมืองจะทำได้น่าจะเป็นการสร้างเสถียรภาพเพื่อให้การเมืองนิ่ง ซึ่งอย่างน้อยอาจจะพอมีผลผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้าง หากว่านักการเมืองจะแสดงวุฒิภาวะด้วยการส่งเสริมให้สังคมหันหน้าเข้าหากันไม่เพียงแต่ลมปากที่แสดงความห่วงใยว่าประเทศชาติบอบช้ำมากแล้ว  

อดีตนายกฯ จะกลับไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากซีกของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้แสดงสัญญาณแม้แต่น้อยว่า ได้เปลี่ยนแปลงวิธีคิดในเรื่องการดำเนินการทางการเมืองและได้ดูดซับบทเรียนจากการถูกต่อต้านที่ผ่านมา เรื่องสำคัญคือความคิดในการให้นักการเมืองรับการตรวจสอบจากสังคม จะมีก็แต่ที่ออกมาพูดเพื่อส่งสัญญาณถึงปรปักษ์ว่า เลิกเล่นการเมืองแล้ว ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลแต่ในทางตรงกันข้าม ความไม่เชื่ออันนั้นเมื่อเสริมด้วยภาพลักษณ์การเป็นคนชอบ “เอาคืน” ของคุณทักษิณยิ่งทำให้ฝ่ายคัดค้านอดีตนายกฯเครียดหนัก เห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ของจนท.ที่สอบสวนคดีคุณทักษิณคนหนึ่งที่บอกว่าถูกขู่ทำนอง 

“กลับมาพวกมึงตายทั้งโคตร” คงยิ่งทำให้สังคมเครียดรอการเผชิญหน้าหนใหม่ 

ไม่ว่ากติกาจะบิดเบี้ยวอย่างไร แต่ผลของการเลือกตั้งก็ได้ทำให้เวลานี้นักการเมืองได้กลับคืนสู่เวทีของอำนาจอีกครั้ง แต่สถานการณ์หากนักการเมืองไม่เปลี่ยนวิธีคิดพวกเขาอาจแพ้ภัยตัวเอง และหนึ่งปีที่ผ่านมาจะกลายเป็นการเสียเวลาเปล่าอย่างแท้จริง

 

 

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search