21 พฤศจิกายน 2551 07:52 Search
Welcome to amthaipaper หนังสือพิมพ์ไทยในยูเค The first Thai newspaper in UK : แอมไทยฉบับเดือนตุลาคมออกวันนี้ ! October issue is out Now! ขอบคุณทุกท่านที่ไปร่วมงาน Thai @ Zero Longitude Festival 9th-10th August 08, Greenwich Park LONDON ที่ผ่านมา..พบกันใหม่ปีหน้า..email: festival@amthai.co.uk    
 
 

โดย นวลน้อย ธรรมเสถียร



            
เลือกตั้ง 50 งานเลี้ยงกร่อย
 

การเลือกตั้งหนนี้น่าจะเจือปนความอิหลักอิเหลื่อเอาไว้พอประมาณ

 

             ในช่วงที่มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คงจะจำกันได้ว่า นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติมาได้ก็เพราะคนไทยจำนวนมากอยากเห็นประเทศกลับไปมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ดังนั้นแม้จะเห็นว่าไม่เข้าท่าแค่ไหนก็รับกันไปก่อน ดังจะเห็นว่าโพลสำรวจความเห็นของผู้คนในตอนนั้นแสดงว่า มีคนจำนวนมากที่ไม่ใส่ใจเรื่องเนื้อหาของรธน.เลยก็ว่าได้

 

             ที่ผู้คนอยากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่เหตุผลเรื่องของการต่อต้านการรัฐประหารอย่างเดียว แต่จำนวนไม่น้อยวาดฝันว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะทำอะไรได้สักอย่างกับเศรษฐกิจที่กำลังย่อบแย่บลงทุกขณะ และถึงแม้ว่าจะทำอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดการที่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็คงจะส่งสัญญาณให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยกำลังจะกลับสู่ครรลองปกติ การทำธุรกิจกับโลกภายนอกคงจะฟื้นตัวบ้าง ดังนั้นหากจะว่าไปแล้ว การเลือกตั้งหนนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คนไทยแต่ละส่วนรอคอยกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

 

แต่ ณ วันนี้ หากกวาดสายตาไปโดยรอบก็จะเห็นว่าคนจำนวนมากมองการเลือกตั้งอย่างซังกะตาย ดูเหมือนน้อยคนที่จะมองเห็นว่ามีอนาคตอันสดใสรออยู่หลังการเลือกตั้งสิ่งที่ดูจะทำให้งานเลี้ยงกร่อยอย่างสำคัญ ถ้าไม่นับกติกาในการเลือกตั้ง ก็คือกลุ่มคนที่เสนอตัวมาให้ชาวบ้านเลือกนั่นเอง

การรณรงค์เรียกร้องให้โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แม้จะแข็งขันแต่คนส่วนใหญ่
อยากเห็นการเลือกตั้งมากกว่า

            

             พวกเขาถูกโจมตีไม่เว้นแต่ละวัน ข่าวในหน้านสพ.มักมีแต่เรื่องความเละตุ้มเป๊ะของนักการเมือง  ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจจะเป็นภาพที่ไม่ได้ผิดเพี้ยนมากนัก ถ้าไม่นับพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคคือพลังประชาชนและประชาธิปัตย์ที่มีมิตรรักแฟนเพลงเป็นฐานเสียงคนละกลุ่มที่แตกต่างกันชัดเจนแล้ว  พรรคการเมืองระดับกลางและเล็ก จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้แสดงศักยภาพให้เห็นว่าจะมีโฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่าจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ของคนไทยอย่างที่หลายพรรคพยายามเสนอภาพแต่อย่างใด

 

             พฤติกรรมของพรรคเหล่านี้จะเห็นว่าทำให้ชาวบ้านรู้สึกเหมือนดูละคร วันนี้พวกเขาอาจจะแถลงข่าวว่าจะรวมตัวกัน วันพรุ่งพวกเขาก็ออกมาแถลงใหม่ได้ว่าทำไม่ได้ บ้างก็อ้างวิญญาณอดีตหัวหน้าพรรคไปโน่น หรือวันนี้อาจจะบอกว่าไม่ร่วมงานกับอีกพรรคหนึ่งแน่นอน รุ่งขึ้นอีกวันอาจก็จะบอกว่าต้องขอดูก่อน คนของพรรคหนึ่งออกมาประกาศหนุนหัวหน้าพรรคอีกพรรคหนึ่งเป็นนายกฯ หรือว่าคนในพรรคเดียวกันรุมอัดกันเองจนพรรคจดทะเบียนไม่ได้ก็มี ที่พูดถึงรายหลังนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพรรคมัชฉิมาประชาธิปไตย ที่คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นว่าที่หัวหน้าพรรค ผู้ซึ่งมีปัญหาการจดทะเบียนพรรค อีกทั้งการพูดจาที่พาดพิงไปถึงคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งหรือกกต.จนทำให้ถูกทวงถามหนังสือขอโทษอยู่ ณ เวลานี้

 

             ยังมีนักการเมืองของพรรคการเมืองหน้าใหม่ พรรคไทยร่ำรวย ที่ถูกจับด้วยข้อหาหลอกลวงชาวบ้านว่าทำธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ อย่างนี้เป็นต้น

 

             ส่วนพรรคพลังประชาชนนั้น แน่นอนอาศัยฐานเสียงของพรรคไทยรักไทย ซึ่งมีทั้งคนที่รักแน่นแฟ้นเหลือหลาย กับคนที่เกลียดอย่างสุดใจขาดดิ้น ยิ่งเมื่อพรรคมาอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของคนชื่อสมัคร สุนทรเวช ซึ่งบทบาททางการเมืองในอดีตทำให้หลายคนที่รับพรรคนี้ได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งรับได้ยากหนักขึ้น แต่ว่าสำหรับพรรคเอง ฝีปากของคุณสมัครน่าจะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะในสภาวะที่ต้องดิ้นรนในสงครามน้ำลายขณะนี้

 

แต่ประเด็นหลักสำหรับพรรคพลังประชาชนยังเป็นเรื่องที่พรรคคือโฉมใหม่ของทรท.จึงเป็นเป้าหมายของพลังต้านทักษิณ ด้วยข้อหาว่าเป็นกลุ่มนักการเมืองที่ไร้คุณธรรม

 

             ผลการทำโพลแบบไม่เป็นทางการบางเจ้าที่ออกมาบอกว่าพลังประชาชนมาแรงจึงทำให้หลายคนเซ็งไปตามๆกันในหมู่คนที่ไม่เอาพรรคพลังประชาชน หลายคนก็มีพรรคการเมืองในดวงใจคือพรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาของประชาธิปัตย์คือ แม้แต่ในหมู่คนที่อยากเลือกพรรคนี้ใจจะขาด ก็ยังมีอยู่บ้างที่กริ่งเกรงความเป็นพรรคชอบค้านแต่บริหารไม่ค่อยเป็นรวมทั้งความอ่อนประสบการณ์ในด้านการบริหารของหัวหน้าพรรค คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

             อันที่จริงการไม่มีประสบการณ์ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้ ถึงที่สุดแล้วคุณอภิสิทธิ์อาจจะเป็นผู้นำที่เก่งมากก็ได้ แต่ ณ วันนี้การขาดประสบการณ์ในการบริหารของคุณอภิสิทธิ์กลายมาเป็นจุดที่ทำให้แม้แต่แฟนตัวจริงของประชาธิปัตย์บางคนแสดงความลังเล

 

             ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์กลับยึดเอาคุณอภิสิทธิ์มาเป็นจุดขายหลัก โปสเตอร์ที่ไหนๆก็มีแต่รูปหล่อเฟี้ยวของคุณอภิสิทธิ์โดดเด่นเป็นสง่าอยู่คนเดียวบางรูปกำลังแหงนหน้ามองท้องฟ้าพร้อมคำขวัญ ประชาชนต้องมาก่อน ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายให้ผู้คนนำไปล้อเลียน ประชาชนตายก่อน ก็มีคนว่า คนที่ช่างติเขาบอกว่าสโลแกนนี้ฟังแล้วเลื่อนลอย จับต้องไม่ได้ และมาจากสำนวนฝรั่งทั้งแท่ง จึงมีคำถามว่าทำไมประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคใหญ่ คนพร้อม ไม่ขายความเป็นทีมแต่กลับไปชูหัวหน้าพรรคอยู่คนเดียว

 

             คำตอบนั้นอาจเป็นไปได้ว่า ประชาธิปัตย์ตีโจทก์ว่าเวลานี้สิ่งที่สังคมไทยต้องการมากที่สุดคือผู้นำที่มีคุณธรรม ทั้งนี้ถือเอาเสียงสนับสนุนการขับไล่อดีตนายกเป็นตัวชี้วัด บวกกับบรรยากาศแหนงหน่ายนักการเมืองที่เห็นได้ชัดจากเสียงติฉินที่ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน

 

             หลายคนตีความไปว่า การขับไล่คนชื่อทักษิณ ชินวัตรหมายความว่า เมืองไทยต้องการคนดีเท่านั้น

 

             แต่คำติติงเรื่องประสบการณ์ของคุณอภิสิทธิ์แม้กระทั่งจากแฟนประชาธิปัตย์เองแสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแม้แต่ในหมู่คนที่ต้องการ คนดี เหนือสิ่งอื่นใด เอาเข้าจริงก็ยังไม่ได้มองแค่ความดีแต่เพียงอย่างเดียว พวกเขายังต้องการทีมงานที่สามารถ มีศักยภาพในการบริหารและทีมงานที่ไม่ยึดติดวัฒนธรรมการนำโด่งชนิดไม่มีใครรั้งไว้ได้แบบสมัยไทยรักไทย นี่ต่างหากที่อาจจะเป็นโจทก์ที่แท้จริงของการนำเสนอตัวสินค้าในการเลือกตั้งหนนี้

 

             แต่สำหรับประชาธิปัตย์ การยึดภาพคนดีเป็นสรนะจะทำให้นับแต่นี้ไปพวกเขาจะต้องรักษาภาพความใจซื่อมือสะอาดไว้ให้ได้ เรียกว่ายิ่งเสียกว่าเกลือรักษาความเค็ม เพราะผิดจากนี้แล้ว ก็ถือว่าผิดโลโก้

 

             อย่างไรก็ตามในโลกของความเป็นจริง ผู้คนจำนวนมากต่างก็รู้ว่าโอกาสที่ประชาธิปัตย์จะกวาดที่นั่งได้เป็นพรรคเสียงข้างมากนั้นยากอยู่ไม่น้อย ถ้าโชคดีอาจจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสม รูปแบบก็คงหนีไม่พ้นการผสมกับพรรคขนาดกลางหรือเล็ก แล้วแต่ว่าจะต่อรองกับใครได้และจะจับมือใครได้

ดังนั้นสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มต้องการมือใหม่ อย่างดีที่สุดเมืองไทยก็คงจะได้รัฐบาลผสมที่นำโดยประชาธิปัตย์ แต่ที่จะให้ว่างเว้นจากนักการเมืองที่พวกเขาตำหนิติเตียนอยู่ทุกวี่ทุกวันเหล่านี้เห็นท่าจะยาก แถมในการทำงานก็คงผลักดันอะไรแสนลำบากเนื่องจากจะขัดขากันอย่างหนัก ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่แล้วตั้งแต่ยังไม่ทันเลือกตั้ง 

 

ภาพของผลลัพท์จากการเลือกตั้งอันนี้นั่นเองที่ทำให้ผู้คนเซ็งกันตั้งแต่ไก่โห่ อย่างที่กล่าวคือ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่เห็นหนทางที่สดใสรออยู่

 

             สำหรับคนที่หนุนนักการเมืองคนดีมีศีลธรรม หากพรรคการเมืองในดวงใจได้เป็นรัฐบาลอีกหนแต่บริหารบ้านเมืองไม่สำเร็จ ผลก็คือจะยิ่งทำให้ผู้คนส่วนนี้แหนงหน่ายการเมืองหนักขึ้นไปอีก และเมื่อถึงวันนั้นเราอาจจะได้ยินคนบอกว่า การเมืองแก้ปัญหาประเทศชาติไม่ได้

 

อาจจะมีคนอกแตกตายเพราะผิดหวังกับการเมือง รวมทั้งเพราะนักการเมือง ดีๆ ด้วย

 

             ส่วนคนถอดใจก่อนใครเพื่อน ก็คือคนที่เกลียดพี่ชังน้อง คือคนที่แม้จะรู้ว่าการเมืองไม่เกี่ยวกับเรื่องความดี แต่คนเหล่านี้ไม่ชอบทั้งพลังประชาชนและประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะฝ่ายหลังอันเนื่องมาจากที่พวกเขามองเห็นว่าจุดยืนของพรรคนี้ไม่ได้ตัดขาดกับพลังรัฐประหารแต่แรก

 

คนกลุ่มนี้คือคนที่ไร้ทางเลือกอย่างสิ้นเชิง และมาถึงวันนี้คงจะทำตัวเป็นผู้ดูสถานเดียว

 

 

 

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search