Find the best flights deal
 

  9 มิถุนายน 2569 04:20 Search
amthaipaper นสพ แอมไทย นสพ ไทยในสหราชอาณาจักร ติดต่อเราได้ที่ contact@amthai.co.uk , Line ID: AmthaiUK , Facebook, IG, Twitter: Amthaipaper    
 

เสียงสะท้อน อัคนี สีฟ้า

อน

I Shall Return; Not on Valentine but on May Day

อดีตผู้นำไทยประกาศก้อง I Shall Return แต่เปลี่ยนวันกลับจาก วาเลนไทน์

เป็นวันแรงงาน

 

ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง คุณเฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนประกาศ อย่างเชี่อมั่นว่าพรรค พปช จะชนะเลือกตั้งและ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับประเทศไทยใวันวาเลนไทน์ คำประกาศของคุณเฉลิม สร้างความสงสัยให้คนที่ติดตามการเมืองไทย ว่าทำไมต้องเป็นวันวาเลนไทน์ หรือเป็นการสร้างสีสันทางการเมืองให้หายเครียด   แต่หลายคนก็จับตาดูว่า ความคาดหมายของคุณเฉลิม จะเป็นจริงหรือเปล่า

หลังจากการเลือกตั้ง พรรค พปช ได้จัดตั้งรัฐบาลตามความคาดหมาย แต่ปรากฎว่า กำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยขงองคุณทักษิณ ไม่ได้เป็นไปตามคำประกาศของคุณเฉลิม เพราะตามกระแสข่าวล่าสุดจากปากของ คุณหญิงพจมาน คือวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันแรงงาน ทั้งนี้เพราะเป็นกำหนดเวลาใกล้กับ วันที่คุณทักษิณ ต้องไปรับฟังข้อกล่าวหาคดีทุจริตซี้อที่ดินรัชดา ซึ่งมีการเลื่อนกำหนดเวลามาหลายครั้งแล้ว

 

น่าเป็นห่วงสื่อไทย


              จะเห็นว่า คุณเฉลิม และ คุณ นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของคุณทักษิณ มักจะหลอกใช้สื่อมวลชนในไทย ปล่อยข่าวออกมาเป็นระยะๆ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของคุณทักษิณ เพื่อวัดปรอทปฏิกิริยาของสังคม และจากฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ทางการเมืองของคุณทักษิณ ซึ่งฝ่ายหลังนี้ ก็พยายามปล่อยข่าวอยู่เหมือนกัน เช่นปล่อยข่าวว่าคุณทักษิณ จะบวช เป็นต้น น่าเป็นห่วงสื่อไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่บางคนถูกหลอกใช้ปล่อยข่าว บางคนให้ความร่วมมือในการปั่นข่าว  

 

            ตัวคุณทักษิณเอง ก็พูดออกมาเป็นข่าวหลายครั้งว่าคิดถึงบ้านอยากกลับบ้าน เป็นห่วงครอบครัว และชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศอังกฤษ ก็ไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่ในประเทศไทย เงินทองก็ไม่ค่อยมีใช้ เพราะโดนอายัดทรัพย์ ไปเสียส่วนใหญ่ ต้องหยิบยืมเงินเพื่อนฝูงใช้  ซึ่งหมาย ความว่าการเป็นประธานบอร์ดสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มิได้เป็นภาระกิจที่ตัวคุณทักษิน ตั้งอกตั้งใจอยากทำ เอาเป็นเพียงของเล่นไว้หลอกสื่อมวลชนสร้างข่าวเป็นระยะๆ

ถ้ากลับไปเมืองไทยแล้วคงทิ้งให้คุณไพโรจน์ เปี่ยมพงศานต์ หรือไม่ก็ คุณชาญชัย

เหยินปิน นักธุรกิจจีนที่ได้สัญชาติไทย บริหารต่อไปก็แล้วกัน เพราะรายหลังนี้คอยควักกระเป๋าให้เงินหยิบยืมเวลาตกอับ คุณทักษิณฟื้นตัวได้เมื่อไหร่คงมีการตอบแทนบุญคุณกันยกใหญ่ คราวก่อนได้สัญชาติไทยไปแล้ว โอกาสหน้าคงได้อะไรที่มากกว่าสัญชาติไทย  

 

ุคคลที่น่าสงสาร

ว่ากันไปแล้ว คุณทักษิน น่าจะเป็นบุคคลที่น่าสงสาร เพราะตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่ตัวเองคุมไม่ได้ ทั้งโดนหลอกทั้งโดนไถ จนล้มลุกคลุกคลาน โดนหลอกให้ตายใจว่าจะไม่มีใครกล้ายึดอำนาจ ก็โดนยึดเหมือนปลาตายน้ำตื้น และโดนไถจนเปื่อยไปหมด ตอนที่เป็นผู้นำประเทศ ก็มีใครต่อใครเข้าไปไถ เพราะมีทั้งอำนาจมีทั้งเงิน โดยเฉพาะพวก สส. ในพรรคไทยรักไทย พวกนี้มักจะเป็นนักการเมืองต่างจังหวัดที่ใช้เงินแบบมือเติบ สมัยที่ไทยรักไทยเป็นรัฐบาล นักการเมืองพวกนี้ รวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนสร้างอำนาจต่อรอง แบมือขอเงินจากทั้งคุณทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน เพื่อแลกกับความจงรักภักดี พอคุณทักษิณโดนยึดอำนาจต้องหลบมาเลียแผลที่ลอนดอน บรรดานักการเมีองเหล่านี้ ก็พากันนั่งการบินไทย ยกพวกมาตามล่าตามไถกันถึงลอนดอน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเงินทองคุณทักษิณ ถูกอายัดไปแล้ว ก็ยังหน้าด้านมาไถ เขาอีก อย่างที่ สื่อมวลชนเมืองไทย ใช้คำว่า ต่อท่อน้ำเลี้ยง นั่นแหละ  คุณทักษิณก็ต้องก้มหน้าก้มตายอมให้ไถ ไปยืมเงินคนอื่นมาให้พวก สส. น้ำเน่าเหล่านี้ไถ โดยตั้งความหวังน้อยๆ ว่า พวกนี้จะแสดงความจงรักภักดี ช่วยให้กลับบ้านเกิดเมืองนอนและหลุดพ้นคดีความ

 

ายกส้มหล่น

 

สำหรับนายกโนมินี สมัคร สุนทรเวช นั้น น่าที่จะเอาช่อดอกไม้ไปขอบคุณคณะทหารที่ยึดอำนาจ 19 กันยา เพราะว่าหากไม่มีเหตุการณ์ 19 กันยา คุณสมัคร ก็ทำมาหากินได้แค่จัดรายการชิมอาหารทางทีวี อายุก็มากแล้วพรรคประชากรไทยที่ตัวเองตั้งมากับมือเขาก็ไม่เอาด้วย เตรียมตัวเกษียณเลี้ยงแมวอยู่ที่บ้าน อยู่ดีดีเหมือนส้มหล่น แค่ยอมเป็นโนมีนีให้แก่อดีตผู้นำ ก็ได้ผงาดกลับเข้าสู่จุดสุดยอดทางการเมืองได้อย่างไม่คาดฝัน ส่วนคนหนุ่มคนสาวสมัย 6 ตุลา 19 อย่าง สุธรรม แสงประทุมและเพื่อนๆ ที่หนีหัวซุกหัวซุน สมัยที่คุณสมัคร เป็น มท1 ในรัฐบาลหอย คงจะลืมรอยเลือด คราบน้ำตาและความเจ็บปวดไปหมดสิ้นแล้ว ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่า อำนาจ 

 

ความเป็นธรรมวัดกันด้วยอัตตวิสัย

เมื่อพรรค พปช ตั้งรัฐบาลได้สมใจนึกแล้ว ก็คงจะปูทางให้ คุณทักษิณ กลับบ้านได้อย่างสะดวกใจมากขึ้น เพราะคุณทักษิณพูดกับสื่อบ่อยๆ ว่า ต้องให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียก่อนจึงจะกลับ เพราะคิดว่าคงไม่ได้รับความเป็นธรรมภายใต้รัฐบาลทหาร เรื่องความยุติธรรมนี่คงเป็นเรื่องอัตตวิสัย เพราะสมัยที่คุณทักษิณ เป็นผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง ก็มีบุคคลหลายกลุ่มหลายเหล่าบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแม้จะมีรัฐบาลประชาธิปไตย  พวกเขาคือ ญาติพี่น้องของเหยื่อฆ่าตัดตอนตามนโยบายปราบยาเสพติด (คือให้ตำรวจฆ่าปลาตัวเล็ก จะได้สาวไม่ถึงปลาตัวใหญ่)  ญาติพี่น้องของผู้ตายในเหตุการณ์ กรือเซะ และ ตากใบ   กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลทหารที่มาจากการยึดอำนาจต่างหากที่พยายามเยียวยาให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อที่เคราะห์ร้ายเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อพูดถึงความเป็นธรรม ก็คงเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัว ความเป็นธรรม ก็ของใครของมัน

 

การกลับประเทศไทย

แต่การเดินทางกลับบ้านเกิดของท่านอดีตผู้นำคงต้องระมัดระวังอย่างมาก อย่าให้เกิดเหตุการณ์บุตโต ขึ้นในประเทศไทย จะเสียภาพลักษณ์ในสายตาต่างชาติ อย่างน้อยที่สุดเมื่อได้รัฐบาล พปช ที่มาจากการเลือกตั้งขึ้นปกครองประเทศ  รัฐบาล พปช ต้องรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัย  เกิดอะไรขึ้นมาจะไปโทษเผด็จการทหารที่ไหนไม่ได้ ไม่เหมือน ปากีสถานที่นายทหารอย่างมูชาราฟปกครองแบบเบ็ดเสร็จ แต่ประเทศไทยก็คีอประเทศไทย มีอะไรหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้ อย่างกรณีคาร์บอม หรือ คาร์บ้อง เป็นต้น จนป่านนี้ ก็ยังไม่มีคำอธิบาย ตำรวจไทยก็คือตำรวจไทย คุณทักษิณ ท่านเป็นตำรวจเก่าท่านก็คงรู้ดีอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ ตำรวจเก่าอย่าง คุณเฉลิม นั่งเป็น มท1 ท่านเป็นตำรวจที่เป็นนักพูดตัวยง ถ้าเกิดอะไรขึ้นท่านคงพยายามหาคำตอบได้

การกลับประเทศของคุณทักษิณ จะมีการจัดฉากกันอย่างไรหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ และคงอยู่ที่การตัดสินใจของคุณทักษิณเอง เพราะตั้งแต่ถูกยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมาคุณทักษิณ ก็เคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดมา และการซี้อสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็น political theatre ฉากหนึ่ง  ดังนั้นการเดินทางกลับประเทศไทยเดือนพฤษภาคมก็อยู่ที่ว่าจะมี political theatre อีกฉากหนึ่งหรือไม่ จะมีหรีอไม่มีก็อยู่ที่จิตสำนึกของคุณทักษิณเอง  คนที่หลงไหลคุณทักษิณ จะมองไม่ออก  แต่คนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ เขาก็คงประเมินว่า คุณทักษิณคงเล่นเกมส์การเมืองแสวงหาอำนาจ ระยะยาว โดยหวังใช้กลุ่มพลังประชาชน มากดดันเพื่อ “by pass” กระบวนการยุติธรรม ให้หลุดพ้นคดีความต่างๆ อย่างที่เคยทำมาสมัยเป็น นายกรัฐมนตรี ที่คึกคะนองว่ามีเสียงข้างมากท่วมท้นในสภา ก็เลย “by pass” กระบวนการตรวจสอบต่างๆ ถึงขั้นหมิ่นเหม่ กับ กฎหมาย และหลักนิติธรรม จนต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังกันอยู่หลายกรณี

ความที่ คุณทักษิณ มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับ political theatre จนบางครั้งพูดอะไรออกมาโดยไม่ยั้งคิดและขาดความสำรวม เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อคุณทักษิณกลับไปก็จะต้องไปสู้คดีในศาลหลายกระทงหลายคดี ตามกระบวนยุติธรรม ตัวคุณทักษิณเอง ก็ประกาศชัดเจนว่าต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามกระบวนการยุติธรรม และมั่นใจด้วยว่าตนจะหลุดทุกคดี

  

 

 amthai   Columnists  |  Contents  |  Feedback  |  Memberships  |  About Us  |  Contact Us

Search