|
บางครั้ง เราอาจคิดไม่ถึงว่าเรื่องเล็กน้อย
อย่างเรื่องความเผลอไผลเรื่องการจ่ายค่าโดยสารรถขนส่งมวลชน
อาจบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่
ถึงขนาดมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไป 5 ปี
ซึ่งผลร้ายที่ตามมามีเป็นอันมาก
อย่างเช่นถ้าอยู่ในระหว่างขอสัญชาติอังกฤษ
ก็ต้องรอจนกว่าเวลา 5 ปีนั้นจะพ้นไปเสียก่อน
หรือถ้าสมัครงานแล้วมีการตรวจประวัติ
ก็อาจทำให้พลาดงานที่ต้องการไปได้ เป็นต้น
เพราะการหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าโดยสารนั้น
ตามกฏหมายถือเป็นการฉ้อโกงแบบหนึ่ง
ประสบการณ์ตรงนี้
ได้พบเห็นมากับตาตอนไปทำงานเป็นล่ามที่ศาลแขวง
City of London Magistrate Court
ซึ่งอยู่ติดกับสถานี
Bank
เผอิญลูกความที่จะต้องไปช่วยแปลนั้น
ไม่มาตามหมายนัด (มีหลายครั้งที่คนไทยนัดแล้วไม่มา
ไม่ว่าจะเป็นที่ศาลหรือโรงพยาบาล) แต่กระนั้นก็ตาม
ล่ามจำเป็นต้องนั่งรอให้คณะศาลเบิกความว่าเกิดอะไรขึ้น
แล้วกรณีที่ลูกความไม่มาตามนัดเช่นนี้
จะทำอย่างไรต่อ เผอิญระหว่างที่นั่งรออยู่ในศาล
มีผู้หญิงผิวดำวัยรุ่นหน้าตาดี
ดูท่ายังเป็นนักเรียนอยู่
มาปรากฏตัวขอรับสารภาพผิดตามข้อกล่าวหาว่าขึ้นรถโดยไม่มีตั๋ว
เธอบอกว่าที่ไม่มีตั๋วเพราะตอนนั้นไม่มีเงินซื้อ
เมื่อไม่มีเงิน ก็จ่ายค่าปรับไม่ได้ อันที่จริง
เธอมีสิทธิ์ขออุทธรณ์ได้ภายใน 21 วัน
แต่เธอเพิกเฉย เพราะคิดไม่ถึงว่าทาง
London underground
จะเอาจริงถึงขนาดนำเรื่องขึ้นสู่ศาล
ระหว่างที่คณะศาลขอเวลาปรึกษาเกี่ยวกับข้อตัดสิน
ก็มีเสียงอู้อี้ออกทางลำโพงเพื่อทำให้คนในห้องไม่ได้ยิน
พอเสียงสงบลง
ศาลก็ประกาศคำตัดสินให้เธอจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 100
ปอนด์ บวกกับค่าใช้จ่ายทางศาลอีก 110 ปอนด์
ศาลถามต่อว่าสามารถจ่ายเป็นเงินก้อนทีเดียวได้หรือไม่
เพราะถ้าไม่ได้ ก็มีระบบผ่อนจ่ายเป็นรายวัน
รายสัปดาห์หรือจะเอารายเดือนให้เลือกเอา
แต่ถ้าไม่ยอมผ่อนตามนัด ศาลก็ขู่ฟอด ๆ ด้วยว่า
จะไปเคาะประตูบ้านให้จ่ายให้ครบไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง
รายนี้ ก็ถือว่าเสียทั้งเงิน เสียทั้งประวัติไป 
อีกรายหนึ่งที่เจอก่อนหน้านั้นเป็นคนไทย
เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้เพราะดูท่าแล้วน้องผู้ชายคนนี้
คงไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ แต่ถึงกระนั้น เขาบอกว่า
ตั้งใจมายอมรับสารภาพผิดและเสียค่าปรับเพื่อให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไป
จะได้เอาเวลาไปตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน
เด็กคนนี้เรียนหนังสือและทำงานร้านอาหารไทยในช่วงเย็น
เขาเล่าว่าเผอิญวันที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลารีบเร่งของเช้าวันจันทร์
เขากำลังรีบไปเรียนหนังสือและตอนเดินเข้าทางกั้น
คิดว่าได้แตะ
Oyster card
แล้ว
แต่ช่วงนั้นทางกั้นมันเปิดอยู่เพราะมีคนแตะเข้าไปก่อน
ด้วยความรีบร้อน รีบแตะรีบเดิน
ไม่ได้เฉลียวใจว่าเครื่องมันไม่ได้อ่านการ์ดของเขา
พอถูกตรวจบนรถไฟใต้ดินเข้าให้ จึงกลายเป็นเรื่อง
เขาพยายามอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เจ้าหน้าที่ที่สถานีบอกว่า
ถ้าคิดว่าไม่ผิดก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ 20
ปอนด์ เพราะสามารถขออุทธรณ์ได้ภายใน 21 วัน
เขาจึงรับใบแจ้งนั้นมาเก็บไว้ เผอิญช่วงนั้น
เป็นเวลาที่ต้องกลับเมืองไทยพอดี
กลับมาอังกฤษอีกครั้ง ก็เจอหมายศาลมารออยู่แล้ว
แต่ถึงไม่ผิด
น้องคนนั้นบอกว่าจะยอมรับผิดเพราะอยากให้เรื่องจบลงในวันนั้น
แต่พอได้ยินว่าจะต้องเจอประวัติอาชญากรรมติดตัว
เขาก็ลังเล สถานการณ์เช่นนี้ เหมือนหนีเสือปะจรเข้
เพราะถ้าไม่รับ ก็ต้องกลับมาขึ้นศาลอีก
ต้องมีการเรียกสอบพยานเหมือนการดำเนินคดีทั่วไป
ซึ่งถ้าต่อสู้แล้วแพ้
ก็ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายทางศาลหนักเอาการอยู่
แต่ถ้าหากยอมรับสารภาพผิดยอมเสียค่าปรับ
ก็จะต้องมีประวัติด่างพร้อยไปถึง 5 ปี
แต่สำหรับน้องรายนี้ ถือว่าโชคดี
เพราะตอนขึ้นศาลเขาอ้อมแอ้มบอกคณะศาลว่า
ชักไม่แน่ใจว่าจะยอมรับผิดหรือปฏิเสธดี
หลังจากอธิบายความกันแล้ว ทาง
London Underground
ขอเลื่อนการพิจารณาเพื่อไปทบทวนหลักฐานอีกครั้ง
และจะนัดกลับมาอีกทีที่หลัง ซึ่งต่อมา
เขาได้รับจดหมายเป็นข่าวดีว่าทาง
London Underground
ขอยกฟ้อง ซึ่งก็เป็นอันจบเรื่องแบบ
happy ending
ไป
ที่เล่า ๆ มานี่ ก็เพื่อให้คนไทยที่อยู่ในอังกฤษ
ระแวดระวัง เพราะเรื่องที่เราคิดว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ
บางครั้ง
อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่สร้างความรำคาญใจให้กับเราในภายหลังโดยไม่จำเป็นได้
มีหลายรายที่ไม่ได้ตั้งใจ อย่างเช่น
ทำตั๋วหายหรือไม่รู้ว่า
Oyster card
ใช้กับบางสถานีรถไฟไม่ได้ ส่วนหนึ่งเห็นว่า
ถ้าจะให้ดีก็ตัดไฟแต่ต้นลม ยอมจ่ายค่าปรับไปก่อน
แล้วถ้ามีเวลา ถึงค่อยมาขออุทธรณ์ทีหลัง
แต่ถ้าเห็นว่าไม่ผิดและไม่ต้องการจ่าย
ก็ขอให้แน่ใจว่าได้อุทธรณ์
ซึ่งสามารถทำได้โดยส่งแบบฟอร์มทางจดหมายหรือทาง
on line
และถ้าอุทธรณ์แล้วแพ้ ก็อย่าลืมจ่าย
จะได้หลีกเลี่ยงไม่ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลให้เรื่องบานปลาย
|